ถ้าคนเราต้องแก่ตายอยู่แล้ว ทำดีไปทำไม ?
พระพุทธองค์ ถามกลับว่า…
เคยเห็นดอกไม้บานไหม?”
“เคยครับ”
“ดอกไม้จะบานนานไหม?”
“ไม่ครับ มันเหี่ยวเร็วมาก”
“แล้วเจ้าคิดว่า คนปลูกดอกไม้
เขาจะปลูกทำไม ในเมื่อมันต้องเหี่ยว?”
.
ผู้ถามนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วตอบว่า ..
“เพราะมันสวยงาม ถึงแม้จะอยู่ได้ไม่นาน”
พระพุทธเจ้าจึงกล่าวว่า ..
“ชีวิตก็เช่นกัน แม้จะไม่อยู่ตลอดไป
แต่ถ้ามันเต็มไปด้วยความดีงาม
มันก็งดงามและมีค่าเช่นเดียวกับดอกไม้ที่เบ่งบาน
แม้จะต้องร่วงโรยไปในที่สุด”
ผู้ถามเข้าใจเป็นครั้งแรกว่า ..
การทำดี ไม่ใช่เพื่ออยู่คงกระพัน แต่เพื่อสร้างสิ่งสวยงามให้โลกใบนี้ แม้เพียงชั่วขณะ
.
ความดี ไม่ได้วัดกันที่ความยาวของชีวิต
แต่วัดกันที่คุณธรรมของจิตใจ ในช่วงที่ยังมีลมหายใจอยู่
การทำกรรมมีผลตรงตามเหตุแน่นอนเสมอไป
อย่าอ้างว่าทำไปเพราะไม่รู้
อย่าอ้าง เพราะไม่เกิดผลในการอ้าง
การทำสำคัญกว่า สำคัญที่สุด
ทำแล้วผลจะต้องเกิดแน่นอนแล้ว จะอ้างรู้ไม่รู้ ตั้งใจไม่ตั้งใจไม่ได้ ไม่เกิดประโยชน์
เพราะฉะนั้น จงรอบคอบในการคิดพูดทำทุกเรื่องทุกอย่าง เพื่อรักษาชีวิตให้สวัสดี
ไม่ให้มีกรรมนำไปสู่ความแรงร้ายของอำนาจแห่งกรรมไม่ดีทั้งหลาย
จงรอบคอบให้อย่างยิ่งในการทำกรรมทั้งปวง ทั้งในการคิด การพูด การทำ
แม้เชื่อว่ากรรมมีผลจริง และกลัวผลร้ายของกรรมร้าย
ก็จงรอบคอบให้อย่างยิ่งในการคิด ในการพูด ในการทำทุกอย่าง
.
— พระคติธรรม สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร
พระ ต่อให้บวชมานานแค่ไหน
จะเป็นพระเถระ เป็นเจ้าคณะ เป็นผู้ปกครอง
ถ้าเมื่อใดใจติดยศ ติดกาม ก็ไม่ต่างจากเด็กน้อยที่ติดของเล่น
ต่อให้ยศสูงเพียงใด
ถ้าใช้ยศนั้นเลี้ยงอัตตา ก็คือการห่มผ้าเหลืองทับกิเลส
ไม่ใช่การละโลก แต่เป็นการเล่นบทในโลกโลกีย์
