Home » สัมปชัญญะ ๔

สัมปชัญญะ ๔

( Somboon )

by Pakawa

ถ้ามีความเห็นถูกเกิดขึ้น ย่อมเห็นว่าสิ่งใดเหมาะ สิ่งใดควร และข้อปฏิบัติใดจะเป็นปัจจัยให้ปัญญาเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง ถึงแม้ว่าจะเป็นหนทางที่ยาว แต่เริ่มต้นหรือตั้งต้นและดำเนินไปเรื่อยๆ ในหนทางที่ถูก ก็ดีกว่าไปติดอยู่ในหนทางที่ผิด ซึ่งไม่มีโอกาสจะทิ้งและหันมาสู่หนทางที่ถูกได้

สัมปชัญญะ ๔

พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค เล่ม ๑ ภาค ๑ – หน้าที่ 416
      บทว่า สมฺปชานการี โหติ ความว่า กระทำกิจทั้งปวงด้วยสัมปชัญญะ หรือกระทำสัมปชัญญะนั่นเอง ด้วยว่า ภิกษุนั้นย่อมกระทำสัมปชัญญะอยู่เสมอในการก้าวไปเป็นต้น มิได้เว้นสัมปชัญญะในกาลไหนๆ สัมปชัญญะ ในพระบาลีนั้น มี ๔ อย่าง  คือ
      ๑. สาตถกสัมปชัญญะ
      ๒. สัปปายสัมปชัญญะ
      ๓. โคจรสัมปชัญญะ
      ๔. อสัมโมหสัมปชัญญะ
     ใน ๔ อย่างนั้น เมื่อจิตคิดจะไปเกิดขึ้น ยังไม่ทันไปตามที่คิดก่อนใคร่ครวญถึงประโยชน์ มิใช่ประโยชน์ ว่าการไปที่นั้นจะมีประโยชน์แก่เราหรือไม่หนอ แล้วใคร่ครวญประโยชน์ ชื่อว่า สาตถกสัมปชัญญะ
      คำว่า ประโยชน์ ในบทว่า สาตถกสัมปชัญญะนั้นคือ ความเจริญฝ่ายธรรมโดยได้เห็นพระเจดีย์  เห็นต้นพระศรีมหาโพธิ เห็นพระสงฆ์ เห็นพระเถระและเห็นอสุภเป็นต้น.  ฯลฯ
   ส่วนในการไปนั้น ใคร่ครวญถึงสัปปายะและอสัปปายะ แล้วใคร่ครวญสัปปายะ ชื่อสัปปายสัมปชัญญะ ข้อนี้อย่างไร จะกล่าวการเห็นพระเจดีย์มีประโยชน์ก่อน ก็ถ้าบริษัทประชุมกันในที่ ๑๐ โยชน์ ๑๒ โยชน์ เพื่อบูชาใหญ่พระเจดีย์ ทั้งหญิงทั้งชายประดับตกแต่งกายตามสมควรแก่สมบัติของตน ราวกะภาพจิตรกรรม พากันเดินไปมา ก็ในที่นั้น โลภะ ย่อมเกิดขึ้นแก่ภิกษุนั้น เพราะอารมณ์ที่น่าปรารถนา ปฏิฆะย่อมเกิดขึ้นเพราะอารมณ์ที่ไม่น่าปรารถนา โมหะย่อมเกิดขึ้นเพราะไม่พิจารณา ย่อมต้องอาบัติ เพราะกายสังสัคคะก็มี ย่อมเป็นอันตรายแก่ชีวิตและพรหมจรรย์ก็มี. ด้วยเหตุผลดังกล่าวมานี้ ที่นั้นจึงเป็นอสัปปายะ. เพราะไม่มีอันตรายอย่างที่กล่าวแล้ว ที่นั้นเป็นสัปปายะ. ฯลฯ
      ก็การเลือกอารมณ์กล่าวคือกรรมฐานที่ตนชอบใจในบรรดากรรมฐาน ๓๘ อย่าง แล้วยึดอารมณ์นั้นเท่านั้นไปในที่ที่ภิกขาจาร ของภิกษุผู้ใคร่ครวญถึงประโยชน์ และสัปปายะอย่างนี้ ชื่อโคจรสัมปชัญญะ. เพื่อความแจ่มแจ้งโคจรสัมปชัญญะนั้น บัณฑิตพึงทราบจตุกกะนี้ ดังต่อไปนี้
      ภิกษุบางรูปในศาสนานี้ นำไป ไม่นำกลับ บางรูป นำกลับ ไม่นำไป แต่บางรูป ไม่นำไป ไม่นำกลับ บางรูป นำไปด้วย นำกลับด้วย. ฯลฯ
      ก็ความไม่หลงในการก้าวไปเป็นต้น ชื่อว่า อสัมโมหสัมปชัญญะ. อสัมโมหสัมปชัญญะนั้นพึงทราบอย่างนี้ ปุถุชนผู้อันธพาล เมื่อก้าวไปเป็นต้น ย่อมหลงผิดว่า คนก้าวไป การก้าวไปตนทำให้เกิดขึ้น ดังนี้บ้างว่าเราก้าวไป การก้าวไป เราทำให้เกิดขึ้น ดังนี้บ้าง  ฉันใด ภิกษุในพระศาสนานี้ไม่หลงผิดฉันนั้น เมื่อจิตคิดว่าเราจะก้าวไปเกิดขึ้น วาโยธาตุซึ่งเกิดแต่จิต ยังวิญญัติให้เกิด ย่อมเกิดขึ้นด้วยจิตนั้นเอง ดังนั้นร่างกระดูกที่สมมติว่ากายนี้ ย่อมก้าวไปด้วยอำนาจความแผ่ไปของวาโยธาตุอันเกิดแต่พลังงานของจิต ด้วยประการฉะนี้. เมื่อร่างกระดูกนั้นก้าวไปอย่างนี้ ในขณะที่ยกเท้าขึ้นแต่ละข้าง ธาตุทั้ง ๒ คือปฐวีธาตุ อาโปธาตุย่อมอ่อนกำลังลง. อีก ๒ ธาตุนอกนี้ย่อมมีกำลังขึ้น. ในขณะที่หย่อนเท้าลงธาตุทั้ง ๒ คือเตโชธาตุ วาโยธาตุ  ย่อมอ่อนกำลังลง อีก ๒ ธาตุนอกนี้ย่อมมีกำลังยิ่งขึ้น. ในขณะที่ปลายเท้าจดพื้นและเหยียบเต็มฝ่าเท้า  ก็เช่นเดียวกัน.  ฯลฯ

สัมปชัญญะ ๔
    ๑. สาตถกสัมปชัญญะ เป็นการเจริญขึ้นของปัญญา เป็นปัญญาที่รู้ประโยชน์ของการสั่งสมการฟังธรรม การพิจารณา การใคร่ครวญ ฯลฯ
๒. สัปปายสัมปชัญญะ ปัญญาที่รู้ความสบาย เป็นที่ให้เกิดกุศล เช่น สถานที่ อากาศ อาหาร  สบาย เป็นเหตุปัจจัยให้ปัญญาและกุศลเจริญขึ้น
๓. โคจรสัมปชัญญะ ปัญญาที่รู้ที่ควรและไม่ควรเที่ยวไป และอารมณ์อันทำให้ปัญญาเจริญ (สติปัฏฐาน)  
๔. อสัมโมหสัมปชัญญะ เป็นปัญญาที่ไม่หลงลืม คือรู้ลักษณะของสภาพธรรม (สติปัฏฐาน)
    ก็ต้องอาศัยการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมเป็นปกติในชีวิตประจำวันจริง ๆ จึงจะมีความเข้าใจที่ค่อย ๆ เจริญขึ้นไปตามลำดับ การรู้ว่าอะไรมีประโยชน์ อะไรไม่มีประโยชน์ อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ เป็นต้น ล้วนมาจากความเข้าใจถูกเห็นถูกทั้งนั้น แม้แต่ในเรื่องของสัมปชัญญะประการต่าง ๆ ก็คือ ความเข้าใจถูกเห็นถูกนั่นเอง เริ่มตั้งแต่เห็นประโยชน์ของการฟังพระธรรม รู้ถึงความเหมาะควรในเรื่องต่าง ๆ รู้ว่าที่ไหนไม่ควรไปเพราะไปแล้วทำให้อกุศลธรรมเจริญมากขึ้น พร้อมทั้งรู้ว่าที่ไหนเป็นที่ที่ควรเที่ยวไป รู้ถึงอารมณ์อันเป็นที่ตั้งให้ปัญญารู้ตามความเป็นจริงซึ่งก็คือสภาพธรรมที่มีจริง ๆ ในขณะนี้ จนถึง รู้ตรงลักษณะของสภาพธรรมที่กำลัง ปรากฏตามความเป็นจริง ทั้งหมดนั้น ถ้าไม่ได้ฟังพระธรรม ไม่ได้ศึกษาพระธรรมไม่มีทางที่จะมีความเข้าใจถูกได้เลย.

You may also like

Leave a Comment

-
00:00
00:00
Update Required Flash plugin
-
00:00
00:00