ถึง สมาชิก มูลนิธิพุทธปรัชญา ทุกท่านผมขอเชิญชวนท่าน มาร่วมกันฟัง ผู้รู้ทาง ศาสนาพุทธท่านจบ ปริญญาเอก ทางศาสนาพุทธ จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยสอนพระสงฆ์ และฆราวาส ระดับธรรมดา ถึงระดับปริญญาเอก ที่จุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยอาจารย์ ดร.สุภีร์ …
Uncategorized
-
-
การดำรงรักษาพระศาสนาเป็นหน้าที่ของพุทธบริษัท การศึกษาประวัติศาสตร์ การสืบทอดพระศาสนาของบุคคลในอดีตก็มีความจำเป็น เพื่อให้ทราบว่าท่านเหล่านั้นกระทำกันมาอย่างไร พระธรรมวินัยเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องรักษา เพาะเป็นศาสดา เป็นตัวศาสนารักษาพระวินัยรักษาพระศาสนาพระภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ ไม่รับเงินและทอง ไม่มีเงินและทอง มีเพียงบริขารเครื่องใช้อันเหมาะควรแก่บรรพชิต และอาศัยปัจจัย ๔ (สิ่งที่เกื้อกูลให้ชีวิตเป็นไปได้) ในการดำรงชีวิตเพื่อให้ชีวิตเป็นไปได้ในการที่จะศึกษาพระธรรมอบรมเจริญปัญญาขัดเกลากิเลสเท่านั้น ได้แก่ …
-
จะต้องศึกษทุกคำ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง ด้วยความจริงใจ ด้วยความตรงที่จะรู้ว่าถ้าเราขาดการไตร่ตรอง เราจะเข้าใจผิด ซึ่งเป็นการทำลายคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหมด ฉะนั้น จึงต้องศึกษาด้วยความเคารพอย่างยิ่ง จนเป็นความเข้าใจถูกเห็นถูก เป็นปัญญาอัตตา ๓อัตตา คือ ความยึดถือสภาพธรรมทั้งหลายว่าเป็นเรา มีเรานั้น ก็มีด้วยอำนาจสภาพธรรม ๓ …
-
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงพระธรรม ๔๕ พรรษา เพื่อทุกคนที่สะสมมาแต่ละอัธยาศัยที่เมื่อฟังแล้วจะเป็นประโยชน์ คือ ยากที่จะละอกุศล แต่อย่างน้อยที่สุดรู้ว่า อกุศล ควรละ ก็ยังเป็นหนทางที่จะทำให้ค่อยๆ ฟังพระธรรมเข้าใจขึ้น จนกระทั่งปัญญามีกำลัง และปัญญาก็ทำหน้าที่ของปัญญาได้ เมื่อนั้นสงบทำอย่างไรจิตจึงจะสงบความสงบตามปกติขอให้มีเป็นเชื้อ เป็นทุนอยู่เรื่อยๆ …
-
ปัญญามีกิจที่ตรงกันข้ามกับอกุศล เพราะฉะนั้น ก็จะเห็นได้ว่า เราทำอะไรไม่ได้เลย ถ้าเรารู้กิจของปัญญา ปัญญาสามารถที่จะรู้ว่าสิ่งใดผิด สิ่งใดถูก สิ่งใดควร สิ่งใดไม่ควร เราก็จะอบรมเจริญปัญญา ให้ปัญญาเกิดขึ้น แล้วก็ทำกิจของปัญญาได้ แต่ถ้าปัญญาไม่เกิด แล้วจะอ้อนวอนขอให้เราเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ก็เป็นไปไม่ได้ และอยู่ดีๆ …
-
กิเลสมีมาก แล้วอะไรจะเป็นเครื่องค่อยๆขัดเกลา นอกจากปัญญา แต่ถ้าไม่มีคุณความดีอื่นๆ เลย จะเอาปัญญามาจากไหน เพราะถูกกลุ้มรุมด้วยความไม่ดี หรือความต้องการอยู่ตลอด ด้วยเหตุนี้ ไม่ประมาทในกุศลทุกประเภท และกุศลนั้น ก็จะเป็นเครื่องที่จะนำไปสู่การที่จะมีจิตที่เบาสบายปลอดโปร่ง ไม่ต้องกังวลเดือดร้อนด้วยอกุศลอยู่อย่างผาสุกในชีวิตประจำวัน ส่วนใหญ่แล้วอกุศลจะเกิดขึ้นเป็นไป ตลอดเวลาที่จิตไม่ได้เป็นไปในการให้ทาน ไม่ได้เป็นไปในศีล เช่น งดเว้นจากทุจริตกรรมประการต่างๆ …
-
ยิ่งมีเมตตาแทนโลภะมากเท่าไหร่ บุคคลอื่นย่อมได้รับผลดีมากขึ้นเท่านั้น เป็นผลดีทั้งสองฝ่าย คือ ทั้งสำหรับผู้ที่มีเมตตา และสำหรับผู้ที่ได้รับความเมตตาด้วย แต่ถ้ามีแต่โลภะ วันหนึ่งก็จะต้องมีปัจจัยให้เกิดโกรธขึ้นได้ แต่ถ้าเป็นเมตตาแล้ว ยิ่งเมตตาเจริญขึ้น ความโกรธก็จะน้อยลง ความหวังดีจริงๆ ก็จะเพิ่มขึ้นชีวิตเลือกได้ถ้าเข้าใจในชีวิตประจำวัน เวลาโทสะเกิด เป็นอย่างไร ใจไม่สบาย …
-
ถ้าไม่เป็นผู้ตรง จะไม่ได้สาระจากพระธรรม เพราะพระธรรมตรง ผิดคือผิด ถูกคือถูก ถ้าไม่มีการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็มีความเห็นผิดๆ มีคนเชื่อถือมากมาย แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงความจริงท่ามกลางความเชื่อความเห็นผิด ผู้มีปัญญาที่สั่งสมมาแล้วจึงเข้าใจได้มิจฉาปฏิบัติคำว่า มิจฉาปฏิบัติ หมายถึง ปฏิบัติผิด ซึ่งเป็นการดำเนินไปในหนทางที่ผิด ไม่ได้เป็นไปเพื่อความเจริญขึ้นของปัญญา แต่เป็นความประพฤติเป็นไปที่ทำให้กิเลสทั้งหลาย ทั้งความเห็นผิด …
-
ความเป็นผู้ตรง จริงใจ ย่อมเป็นสภาพธรรมที่อุปการะส่งเสริมเกื้อหนุนให้กุศลธรรมทั้งหลายเกิดขึ้นและเจริญขึ้น เพราะว่าตรงต่อการที่จะขัดเกลากิเลสของตนเอง ขณะใดที่กุศลจิตไม่เกิด แล้วระลึกขึ้นได้ว่า ควรที่จะเป็นผู้มีความจริงใจต่อการเจริญกุศล ก็จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้กุศลเกิดขึ้นได้ความเป็นผู้ตรงความเป็นผู้ตรง ภาษาบาลีใช้คำว่า อุชุกตา หมายถึง ความเกิดขึ้นเป็นไปของธรรมฝ่ายดี เมื่อธรรมฝ่ายดีเกิดขึ้น ย่อมตรง ไม่เป็นไปทางฝ่ายอกุศลโดยประการใดๆ เลย …
-
เกิดมาแต่ละชาติ ความดี ความชั่ว ซึ่งเกิดแต่ละขณะจะสะสมสืบต่อติดตามไปแต่ละชาติ อย่างอื่นติดตามไปไม่ได้ ในขณะที่ได้ฟังพระธรรมก็เป็นชาติหนึ่งในหลาย ๆ ชาติที่ผ่านมาแล้วซึ่งก็มีศรัทธาที่จะได้ฟังคำจริง เป็นคำที่แสดงให้ได้เข้าใจความจริงของชีวิต เป็นปัจจัย ให้ทำความดี เว้นชั่ว เป็นการสะสมความเห็นถูกตามความเคนดีคนชั่วแต่ละคนเป็นแต่ละหนึ่ง ไม่เหมือนกันเลย คนที่มีความประพฤติที่ไม่ดี เป็นคนชั่ว …
