เมื่อต้องการมีชีวิตอยู่ด้วยปัญญา ก็ต้องเจริญเหตุให้เกิดปัญญา ไม่ใช่อยากได้ปัญญาโดยไม่รู้เหตุที่จะทำให้เกิดปัญญา ซึ่งก็ต้องอาศัยการอบรมเจริญต่อไปอีกเรื่อยๆ เป็นจีรกาลภาวนา เมื่อเหตุสมควรแก่ผล ปัญญาก็จะเกิดทำกิจของปัญญาคือ ระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่เกิดปรากฏให้ศึกษา ถ้าเป็นอย่างนั้นชีวิตนี้คงจะเป็นชีวิตที่ประเสริฐอย่างแท้จริง
ไม่ประมาทในการเจริญกุศล
ไม่ควรลืมจุดประสงค์ของการศึกษาธรรมและการเจริญกุศล เป็นไปเพื่อละทั้งหมด แต่ธรรมอะไรที่เป็นไปเพื่อการขัดเกลากิเลส นั่นคือปัญญา ปัญญาที่เข้าใจสภาพธรรมที่มีในขณะนี้ เป็นความเห็นถูกที่ขัดเกลากิเลสคือความไม่รู้
ประการสำคัญ แม้จะเข้าใจหนทางการขัดเกลากิเลสคือการระลึกรู้สภาพธรรมที่มีในขณะนี้แล้วก็ตาม แต่ถ้าไม่อบรมเจริญกุศลทุกประการด้วยความเห็นถูกก็เปรียบเหมือนคนที่มองเห็นทางแต่ไม่มีแรงที่จะเดิน ดังนั้น เมื่อมีความเห็นถูกแล้ว กุศลประการต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็เป็นไปเพื่อละทั้งหมด ให้ทานเพื่อขัดเกลากิเลสคือความตระหนี่ เป็นไปเพื่อละ รักษาศีลเพราะเห็นโทษของการล่วงออกมาทางกาย วาจาที่ไม่ดี เป็นไปเพื่อละ ดังนั้น จึงเป็นไปเพื่อละทั้งหมด อันเกิดจากความเห็นถูก จึงเป็นบารมี ขาดบารมีไม่ได้ แต่ไม่ใช่ไปทำบารมี แต่เพราะมีความเห็นถูก คือปัญญา การกระทำต่างๆจึงเป็นไปเพื่อละกิเลส และน้อมไปในการออกจากสังสาวัฏ จึงเป็นบารมี แม้จะไม่กล่าวว่าบารมีก็ตาม เมื่อมีความเห็นถูกย่อมไม่ประมาทในการเจริญกุศลทุกประการ อันเป็นไปเพื่อการละและขัดเกลากิเลส
การศึกษาพระธรรม ฟังพระธรรม เพื่อความเข้าใจถูก เห็นถูกในลักษณะของสภาพธรรมตามความเป็นจริง เป็นไปเพื่อละความไม่รู้ แม้ในเรื่องของการเจริญกุศล ก็ไม่ใช่เพื่ออย่างอื่น แต่เพื่อขัดเกลากิเลส กุศลเป็นสภาพธรรมฝ่ายดี ควรที่จะอบรมเจริญในชีวิตประจำวัน ขณะใดที่กุศลจิตเกิด ขณะนั้นจะเบาสบาย ผ่องใส ซึ่งจะตรงกันข้ามกับขณะที่จิตเป็นอกุศลอย่างสิ้นเชิง
แม้ในขณะที่ให้ทาน ไม่ใช่ให้เพื่อหวังผลเป็นสิ่งตอบแทนจากการให้ แต่ต้องศึกษาให้เข้าใจสภาพของจิตใจในขณะนั้นว่า เป็นผู้ที่มีความผูกพันในการให้ หรือตั้งตนไว้สูงหรือต่ำ (มานะ) กว่าผู้ที่รับหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียด ถ้าเป็นผู้ได้ศึกษาพระธรรม ฟังพระธรรม ก็จะทำให้เห็นอกุศลที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริงแล้วเริ่มขัดเกลากิเลสของตนเอง และเป็นผู้ที่เข้าใจในเหตุในผลมากยิ่งขึ้น ทั้งหมดย่อมเป็นเพราะได้ศึกษาพระธรรมฟังพระธรรม ปัญญาเข้าใจสภาพธรรมที่กำลังมีในขณะนั้น การเจริญกุศลเพื่อหวังสิ่งหนึ่งสิ่งใดตอบแทนนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง ถ้าเริ่มเข้าใจพระธรรมไปตามลำดับแล้ว การเจริญกุศลทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นในขั้นของทาน การให้ สละวัตถุสิ่งของ เพื่อประโยชน์สุขของบุคคลอื่น อันเป็นการสละซึ่งความตระหนี่ ขั้นของศีล งดเว้นจากทุจริตกรรมประการต่าง ๆ และประพฤติในสิ่งทีดีงาม ขั้นของภาวนา การอบรมเจริญความสงบของจิต และการอบรมเจริญปัญญาที่ประจักษ์แจ้งในลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง ย่อมเป็นไปเพื่อการขัดเกลากิเลสทั้งสิ้น.
