Home » ชีวิตไม่แน่นอน

ชีวิตไม่แน่นอน

( Sonboon )

by Pakawa

ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการสะสมความเข้าใจให้แจ่มเจ้งขึ้นว่า ธรรมคืออะไร เกิดดับว่างเปล่าจากความเป็นตัวตน สัตว์ บุคคล เรา เขา อย่างไร เพื่อจะได้เริ่มทำความเพียร ระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏเดี๋ยวนี้ทันที เหมือนรีบดับไฟที่กำลังไหม้ที่ศีรษะ

ชีวิตไม่แน่นอน

      พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ว่า ชีวิตไม่แน่นอน เหมือนภาชนะดินที่พร้อมจะแตกทำลายได้ตลอดเวลา ความตายเท่านั้นแน่นอน คนเราเกิดมาเท่าไรก็ตายเท่านั้น ไม่มีใครเกิดแล้วไม่ตาย ได้ยินอย่างนี้ซ้ำ ๆ และก็คิดว่าเข้าใจแล้ว แต่ตามความเป็นจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น เราไม่เชื่อเลยว่า ชีวิตไม่แน่นอน ความตายแน่นอน เราเชื่ออย่างมั่นคงว่า ชีวิตแน่นอน แต่ความตายไม่แน่นอน เพราะทุกขณะคิดแต่ว่า ต่อไปจะได้อะไร จะทำอะไรให้สนุกสนาน มีความสุข ตื่นเช้าในแต่ละวันก็คิดว่า จะกินอะไรดี จะไปไหน จะซื้ออะไร ถ้าไม่คิดอย่างนี้ก็วิตกกังวลว่า อะไรจะหายไป จะหมดไป จะพลัดพรากจากบุคคลที่รัก ทำอย่างไรสุขภาพตนเองจะแข็งแรง เป็นหนุ่มสาวตลอดไป ขอแก่ช้า ๆ ไม่เจ็บไม่ป่วย อายุยืนยาว เห็นคนอื่นตายก็รู้ว่าเป็นธรรมดาที่เป็นอย่างนั้น แต่เรายังไม่ตาย ชีวิตเรายังอยู่ ยังแน่นอนที่จะได้ทำอย่างนั้น ทำอย่างนี้ นี่คือทะเลาะกับพระพุทธเจ้า ไม่เชื่อคำของพระองค์เลย ที่ท่านทรงแสดงไว้ใน พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑ ภาค ๒  หน้า ๒๖ ว่า
      “อายุของมนุษย์ทั้งหลายน้อย คนดีควรดูหมิ่นอายุนั้นเสีย ควรประพฤติดุจคนที่ถูกไฟไหม้ศีรษะ  ฉะนั้น การที่มัจจุ (ความตาย) จะไม่มาถึงนั้น จะไม่มีเลย”
       เพราะจิต เจตสิก รูปเกิดดับตลอดเวลา คือ ตายทุกขณะ ชีวิตจึงเป็นเพียงชั่วขณะที่ปรากฏเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นขณะที่เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส รู้สิ่งที่กระทบสัมผัส คิดนึก เกิดปรากฏให้รู้แล้วก็ดับไป จึงควรระลึกสภาพธรรมที่กำลังปรากฏในขณะนี้ตามความเป็นจริงเหมือนดับไฟที่กำลังไหม้ศีรษะทันที แต่เมื่อยังไม่เข้าใจว่า สภาพธรรมอะไรปรากฏ จึงไม่สามารถระลึกรู้ได้ ซึ่งก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องสะสมเหตุปัจจัย คือ ฟังพระธรรมให้เข้าใจเพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง
       ดังนั้น มีชีวิตอยู่เพื่อเข้าใจว่า ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการสะสมความเข้าใจให้แจ่มเจ้งขึ้นว่า ธรรมคืออะไร เกิดดับว่างเปล่าจากความเป็นตัวตน สัตว์ บุคคล เรา เขา อย่างไร เพื่อจะได้เริ่มทำความเพียร ระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏเดี๋ยวนี้ทันที เหมือนรีบดับไฟที่กำลังไหม้ที่ศีรษะ
      พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสพระคาถาว่า  “ศรัทธาเป็นทรัพย์เครื่องปลื้มใจอันประเสริฐที่สุดของบุรุษในโลกนี้ ธรรมที่บุคคลประพฤติดีแล้ว ย่อมนำความสุขมาให้ สัจจะแลเป็นรส ยังประโยชน์ให้สำเร็จกว่ารสทั้งหลาย นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่าชีวิตของบุคคล ผู้เป็นอยู่ด้วยปัญญา ประเสริฐสุด”.

You may also like

Leave a Comment

-
00:00
00:00
Update Required Flash plugin
-
00:00
00:00