Home » สังฆทานถังเหลือง

สังฆทานถังเหลือง

( Somboon )

by Pakawa

ชาวพุทธ ก็ไม่รู้คิดว่า ถวายสังฆทาน ก็ต้องถวายเงิน เงินเป็นอสรพิษ พระรับต้องอาบัติเป็นโทษกับท่าน ภิกษุอลัชชี ไม่ละอาย อยากได้เงิน ก็ไม่ห้าม แต่รับเงินนั้นจึงเป็นที่มาของสังฆทานเวียน คือ วางกระป๋องเหลืองไว้ในวัด แล้วให้ญาติโยม ผู้ไม่เข้าใจ หยอดตู้ด้วยเงิน แล้วแต่บริจาค แล้วก็เอาถังเหลืองเดิมๆที่มีอยู่ ถวายพระภิกษุ แล้วพระก็เอาถังนั้น ตั้งไว้ที่เดิม รับแต่เงิน นี่คือ วิกฤตพระพุทธศาสนา

สังฆทานถังเหลือง

ก่อนอื่นต้องเป็นผู้ที่มีความเข้าใจว่า สังฆทาน คือ อะไร มาจากคำสองคำรวมกัน คือ สังฆะ (หมายถึงหมู่ คือ หมู่ของพระอริยะบุคคล ๔ จำพวก, และยังหมายถึงหมู่ของภิกษุที่ได้รับการอุปสมบทอย่างถูกต้องตามพระวินัย ด้วย) + ทาน (เจตนาเป็นเครื่องสละหรือบริจาค และยังหมายถึพระบัญญัติตรงต่อพระอริยสงฆ์) โดยไม่มีการเจาะจง
สำคัญที่ความเข้าใจถูกตั้งแต่ต้นว่า สังฆทาน คือ อะไร อยู่ที่วัตถุสิ่งของ หรือไม่ หรืออยู่ที่สภาพจิตเป็นสำคัญ สังฆทาน หมายถึง ทานที่ถวายสงฆ์ คือ หมู่ของพระอริยสงฆ์ ไม่ใช่การถวายภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง ผู้ถวายต้องเข้าใจในความหมายคำว่า หมู่ของอริยสงฆ์ และของที่จะถวายนั้น ไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นถังสีเหลือง แต่จิตของผู้ถวายน้อมบูชาคุณของพระอริยสงฆ์ จิตไม่หวั่นไหว คือ ไม่เลือกภิกษุผู้รับทาน สรุปคือถ้าไม่เข้าใจสังฆทาน ไม่เข้าใจอริยสงฆ์ ไม่มีความเข้าใจพระธรรม หรือเลือกผู้รับทานมีจิตหวั่นไหวในผู้รับ ไม่เป็นสังฆทาน ส่วนจำนวนของพระภิกษุที่รับทาน แม้ภิกษุรูปเดียว ที่เป็นตัวแทนของสงฆ์ก็เป็นสังฆทาน วัตถุที่ถวายจะต้องเป็นวัตถุที่เหมาะควรแก่เพศบรรพชิตเท่านั้น
การถวายสังฆทาน คือ บูชาคุณของพระสงฆ์และอนุเคราะห์พระภิกษุให้ท่านดำเนินชีวิตได้ เพื่อให้ท่านอบรมปัญญาดับกิเลส ไม่ใช่เพื่อให้สังฆทานแล้วจะได้บุญเยอะ นี่คือ จุดประสงค์ที่ถูกต้อง
สังฆทาน ไม่ใช่ถังเหลือง แต่คือ สภาพจิตที่มุ่งตรงถวายแด่สงฆ์ด้วยความเข้าใจถูกว่า สงฆ์คืออะไร อันเกิดจากความเข้าใจพระธรรม สังฆทาน ไม่มีเรื่องเกี่ยวกับเงิน ซองเงินโดยเด็ดขาด ทำลายพระ พระรับเงินอาบัติ คฤหัสถ์ถวายเงินไม่ได้บุญ ชาวพุทธควรเข้าใจความจริงว่าสังฆทานคืออะไรตามพระไตรปิฎก
ปัจจุบันวัด และ พระ หาเงินเข้าวัด หลอกลวงชาวบ้านด้วยคำว่าได้บุญมาก โดยการถวายสังฆทาน แต่ไม่อธิบายเลยว่า สังฆทานคืออะไร ตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง และ จะเป็นสังฆทานเพราะอะไร ไม่ใช่ถวายพระภิกษุแล้วจะเป็นสังฆทาน หรือ ด้วยกระป๋องเหลือง แต่ต้องเป็นสภาพจิตที่มุ่งตรงถวายสงฆ์
ชาวพุทธ ก็ไม่รู้คิดว่า เครื่องบริวาร ถวายสังฆทาน ก็ต้องถวายเงิน เงินเป็นอสรพิษ พระรับต้องอาบัติเป็นโทษกับท่าน ภิกษุอลัชชี ไม่ละอาย อยากได้เงิน ก็ไม่ห้าม แต่รับเงินนั้น
จึงเป็นที่มาของสังฆทานเวียน คือ วางกระป๋องเหลืองไว้ในวัด แล้วให้ญาติโยม ผู้ไม่เข้าใจ หยอดตู้ด้วยเงิน แล้วแต่บริจาค แล้วก็เอาถังเหลืองเดิมๆที่มีอยู่ ถวายพระภิกษุ แล้วพระก็เอาถังนั้น ตั้งไว้ที่เดิม รับแต่เงิน นี่คือ วิกฤตพระพุทธศาสนา
แสดงให้เห็นจริงๆว่า เราไม่เข้าใจ ถ้าเราเข้าใจ เราจะไม่คิดอย่างนี้ แต่เราจะรู้เหตุผลตามความเป็นจริง ทานคือการให้ สังฆ คือ หมู่สงฆ์ ซึ่งเราไม่เจาะจงว่า จะต้องให้พระคุณเจ้ารูปนี้ เจ้าอาวาส หรือพระที่เรารู้จักคุ้นเคย หรือญาติ ไม่ใช่อย่างนั้นการให้โดยไม่เจาะจง ให้แก่ภิกษุแม้แต่รูปเดียวก็ได้ ทั้งๆที่สงฆ์ที่นี่ ไม่ได้หมายความถึงภิกษุบุคคล แต่หมายความถึงหมู่ของพระอริยสงฆ์ ซึ่งจริงๆแล้ว เราไม่มีทางจะรู้เลยว่า พระภิกษุรูปใดเป็นพระอริยเจ้า แต่จิตใจของเราขณะที่ถวายทาน จิตขณะนั้นที่เป็นสังฆทาน ไม่ได้อยู่ที่ถัง หรือของแห้งที่เขามาตั้งวางอยู่ นั่นคือวัตถุทาน แต่สังฆทาน ต้องอยู่ที่ใจของเรา เพราะว่าวัตถุทาน คือ สิ่งที่เราให้ จะเรียกว่า “ไทยธรรม” ก็ได้ จะเรียกว่า “ทาน” ก็ได้ เป็นวัตถุทานที่มอบให้ แต่ที่จะเป็นสังฆทาน ไม่ใช่อยู่ที่นั่น แต่อยู่ที่สภาพจิตที่เรามีความอ่อนน้อม ให้ด้วยความเคารพ ด้วยความนอบน้อมในพระอริยเจ้า ท่านจะเป็นใครก็ตามแต่ แต่ใจของเราไม่หวั่นไหว และในขณะนั้นเรามีความนอบน้อมต่อสงฆ์ ขณะนั้นจึงจะเป็นสังฆทาน.

ธรรม
ประจำวันนี้ จากพระไตรปิฎก

นิพพาน
นิ แปลว่า พ้นไป
วาน แปลว่า ธรรม ที่เป็นเครื่อง เกี่ยวโยง มัดเอาไว้ คือ ตัณหา

ตัณหา แปลว่า ความทะยานอยาก นั่นเอง
ต้องทำให้ตัวเอง หมดความอยาก ให้ได้นั่นเอง

วิโมกข์ ๓
แปลว่า ความหลุดพ้น คือ หนทางเข้าถึง พระนิพพาน มี ๓ ทาง คือ

๑.สุญญตวิโมกข์ แปลว่า หลุดพ้นด้วยความว่าง คือ การเห็น ความว่างเปล่า จากตัวตน สัตว์ บุคคล อย่างแท้จริง

๒.อนิมิตตสิโมกข์
แปลว่า หลุดพ้นด้วยการไม่มีนิมิต หรือ ไร้นิมิต เพราะว่า นิมิต เป็น สมมุติ คือ ไม่ยึดติดกับ นิมิต เพราะนิมิต คือเครื่องหมายของความเที่ยง พูดให้ชัด คือเริ่มต้น ต้องมี นิมิต แต่ ตอนจบ ต้องทิ้ง นิมิต

๓.อัปปณิหิตวิโมกข์
แปลว่า หลุดพ้นด้วยความไม่มีปรารถนา คือ ทิ้งความปรารถนา ทั้งหมด จิต ต้องถอนจากสังขาร ทั้งปวงได้ สังขาร มีทั้งหมด ๕๐ ตัว ได้เคย พูดไปแล้ว

อ่าน มาถึงตรงนี้
ประโยชน์ของเรา คือ ใน ๓ ข้อข้างบนนี้ เลือกเอา เหลือ ๑ เดียว แล้ว ตั้งจิตอธิษฐาน มุ่งมั่น เดินตาม

ไม่ต้อง ไปทั้ง ๓ ทาง นะครับ
ส่วน จะทำได้มากได้น้อย แค่ไหน ไม่เป็นไร ทำให้ดีที่สุด แต่ไม่ต้องไป กดดัน หรือ คาดหวัง

You may also like

Leave a Comment

-
00:00
00:00
Update Required Flash plugin
-
00:00
00:00