“ดูก่อนอานนท์ บางทีพวกเธอจะพึงมีความคิดอย่างนี้ว่า ปาพจน์มีพระศาสดาล่วงแล้วพระศาสดาของพวกเราไม่มี ข้อนี้พวกเธอไม่พึงเห็นอย่างนั้น ธรรมก็ดี วินัยก็ดีอันใดอันเราแสดงแล้ว ได้บัญญัติไว้แล้วแก่พวกเธอ ธรรมและวินัยอันนั้นจักเป็นศาสดาแห่งพวกเธอ โดยกาลล่วงไปแห่งเรา”
วัดในพระพุทธศาสนา
วัด หรือ อาราม เป็นสถานที่อยู่ของบุคคลต้องการความสงบ เป็นที่อยู่อาศัยของเพศบรรพชิต คือ พระภิกษุทั้งหลาย เพื่อศึกษาพระธรรมอบรมเจริญปัญญา ขัดเกลากิเลส และเป็นสถานที่ที่ชาวพุทธ ไปฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมอบรมเจริญปัญญาและถวายสิ่งที่เหมาะควรแก่เพศบรรพชิต เหมือนอย่างอารามในสมัยพุทธกาล เช่น พระเชตวัน พระเวฬุวัน เป็นต้น ถ้าที่ใดก็ตามไม่เป็นอย่างนี้ มีการทำสิ่งอื่นที่เป็นความไม่สงบ เช่น มีดนตรีมหรสพ ขายของในวัด ไม่เป็นอารามในพระพุทธศาสนา
วัดเป็นที่อยู่ของผู้ที่ขัดเกลากิเลสยิ่งกว่าคฤหัสถ์ อยากให้ไปวัด แต่ไปวัดแล้วพบอะไร ไปวัดแล้วเข้าใจธรรมหรือไม่ หรือว่าไปแล้วก็เหมือนตลาดนัด และ อะไรๆ อีกหลายอย่างที่ไม่ใช่คำสอนของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะฉะนั้นต้องรู้ก่อนว่าวัด คือ อาราม เป็นภาษาบาลี หมายถึง ที่รื่นรมย์ด้วยความเข้าใจที่ถูกต้องที่สงบจากกิเลส เพราะฉะนั้น วัดต้องสงบ ไม่ใช่วัดมีการขายสินค้าต่างๆ นานาอย่างที่เห็นกันอยู่ เพราะถ้าไปอย่างนั้นก็มีสภาพที่ไม่ใช่ความเป็นวัด อาราม (ที่สงบ) ไม่มีเลย คฤหัสถ์พูดเล่น ร้องรำทำเพลงได้ แต่ถ้าเป็นพระภิกษุ ผู้สงบ ทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะ เป็นผู้ขัดเกลากิเลสและต้องอาบัติ ตามพระวินัยที่พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้ อาราม หรือ วัด จึงเป็นสถานที่สงบ จะไม่มีภาพ ร้องรำทำเพลง ดนตรีต่างๆในวัดเลย หรือ การโฆษณามหรสพใดๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ชาวพุทธต้องรู้จักความจริง เริ่มรู้จักคำว่าวัดคืออะไร ตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง
คฤหัสถ์เข้าใจว่าบุญอยู่ที่วัด แต่แท้ที่จริง บุญอยู่ที่จิต ไม่ได้อยู่ที่สถานที่ใด สถานที่หนึ่ง วัดที่ถูกต้องในสมัยพุทธกาล วัดเป็นที่อยู่ของพระภิกษุผู้ขัดเกลากิเลสเพียรประพฤติตามพระวินัย และ แสดงธรรมตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงอย่างถูกต้อง ไม่ใช่วัด ที่เป็นพุทธพาณิชย์ ขายของ เลี้ยงปลา เลี้ยงโค ไถ่โคกระบือ ไม่ใช่หน้าที่พระภิกษุ ไม่ใช่หน้าที่พระ พระไม่มีหน้าที่หาเงินเข้าวัด และคฤหัสถ์ที่เกี่ยวข้องกับวัด ก็ไม่มีหน้าที่อาศัยวัด หาเงิน ทำกิจการต่างๆ ในวัด
วัดเป็นสถานที่สงบ ชาวพุทธควรตระหนักว่าจะเข้าวัดแบบนี้หรือ พอวันหยุดก็ไปวัดกันทำบุญ ไปพักผ่อน ไปท่องเที่ยว แต่ไม่ได้ความเข้าใจพระธรรม เสริมสร้างประเพณีที่ผิด เป็นการทำลายพระพุทธศาสนา
วัด เป็นสถานที่ความเห็นถูก ไม่ใช่สถานที่ที่สอนธรรมผิด ไม่ตรงตามพระธรรมคำสอน นั่นไม่ใช่วัดตามพระธรรมวินัย เป็นสถานที่ทำลายพระธรรมคำสอนที่ถูกต้อง
วัดที่เกณฑ์คนให้บวชพระ บวชชี ทั้งๆที่คนเหล่านั้น ไม่ได้มีอัธยาศัยในการสละทุกสิ่ง บวชแล้วไม่ศึกษาทำผิดวินัย เพราะ บวช บรรพชา คือ การเว้นทั่ว สละทุกสิ่งจากเพศคฤหัสถ์จริงๆ สำคัญผิดคิดว่าการศึกษาธรรมและเป็นคนดีได้ ด้วยการบวชพระ บวชชี ก็เป็นการกระทำที่ผิด วัดนั้นก็ไม่ใช่สถานที่สงบ
วัดที่เรี่ยไรสร้างโบสถ์ สร้างศาลา ทอดผ้าป่าสามัคคี พระรับเงิน การสร้างวัด สถานที่ต่างๆในวัด คฤหัสถ์เป็นคนจัดการเรื่องเงิน ไม่ใช่หน้าที่พระเรี่ยไร รับกองผ้าป่า กฐินที่เป็นเงิน ผิดวินัยต้องอาบัติ
วัด ที่มีพระกล่าวว่าเป็นพระนักพัฒนา สร้างวัตถุใหญ่โต หรือ วัดที่สร้างรูปปั้นศาสนาอื่น เจ้าแม่กวนอิม พระราหู เทพอื่นๆ สอนให้สวดอ้อนวอน เชื่อดวงดาว เหล่านี้ ไม่ใช่วัด ที่เป็นสถานที่สงบ แต่เป็นการทำลายพระธรรมคำสอน ทำลายพระศาสนา
ชาวพุทธควรตระหนักในการจะเข้าไปวัดที่ไม่ถูกต้องตามพระธรรม เพื่อเสพกับสิ่งที่ไม่ตรงตามคำสอนของพระพุทธเจ้า แทนที่จะได้ความเห็นถูก กลับได้ความเห็นผิด คิดอยากได้บุญ แต่ได้บาป หรือ ฉุกคิดกันบ้างไหม ว่าตอนนี้เป็นวิกฤตพระพุทธศาสนา ก็คือ วิกฤตของประเทศ แล้วหันกลับมาศึกษาพระธรรมที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะอยู่ ณ สถานที่ใดก็ตาม เมื่อได้มีโอกาสได้ฟังพระธรรมได้ศึกษาพระธรรม.
