Home » พุทธศาสนาต้องศึกษาจึงเข้าใจ

พุทธศาสนาต้องศึกษาจึงเข้าใจ

( Somboon )

by Pakawa

การมีโอกาสได้ฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม มีประโยชน์อย่างยิ่ง ขณะที่ฟังแล้วเข้าใจ จนเป็นความเห็นที่ถูกต้อง ขณะนั้นกุศลธรรมเจริญขึ้น มี ศรัทธา สติ ความเพียร สมาธิ ปัญญา เป็นต้น เกิดขึ้นเป็นการขัดเกลาละคลายความเห็นผิด รวมถึงอกุศลธรรมประการอื่น ๆ ด้วย

พุทธศาสนาต้องศึกษาจึงเข้าใจ

การที่จะเข้าใจพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อย่างถูกต้องตามความเป็นจริง มีหนทางเดียว คือ ต้องศึกษาพระธรรมอย่างละเอียด รอบคอบ โดยที่ไม่ใช่เพียงแต่ฟังจากแต่ละบุคคล แต่ต้องศึกษาโดยตรงจากพระไตรปิฎกและอรรถกถาที่อธิบายเนื้อความของพระธรรมให้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น ผู้ใดที่ไม่ศึกษาพระธรรมแล้วคิดว่า จะเข้าใจพระธรรมได้โดยไม่ศึกษา ผู้นั้นก็เป็นผู้ประมาทพระปัญญาคุณ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งเป็นผู้ที่ทรงแสดงพระธรรม และ ผู้นั้นไม่มีทางที่จะเข้าใจได้เลย
ถ้าพุทธบริษัทไม่ศึกษาพระธรรม และเอาพระธรรมเพียงเล็กน้อย มาเพิ่มเติมความเห็นของตนเองทั้งปริยัติและปฏิบัติ ก็จะเห็นได้ว่า ไม่ได้เป็นไปเพื่อความเข้าใจจริงๆ ในพระธรรม แต่กลับเป็นการทำลายคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะเมื่อเข้าใจผิด คิดเอง ก็สอนผิด ทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ด้วยเหตุนี้ จึงต้องเป็นผู้ตรงต่อพระธรรม และมีความจริงใจต่อการศึกษาพระธรรม เพื่อเข้าใจพระธรรม และละคลายขัดเกลาอกุศลของตนเอง เพราะเหตุว่าทุกคนที่ศึกษาพระธรรมย่อมรู้ว่า ตนเองมีอกุศล ถ้าไม่มีอกุศล คงจะไม่ศึกษาพระธรรมแน่ แต่อกุศลที่คิดว่ารู้แล้ว ความจริงแล้วละเอียดมากกว่านั้นมากทีเดียว ซึ่งถ้าไม่พิจารณาโดยรอบคอบ ก็อาจจะไม่เห็นความละเอียดเลย
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้สภาพธรรมตามความเป็นจริง พระบารมีคุณความดีทั้งหมดที่พระองค์ได้ทรงสะสมอบรมมาตั้งแต่เมื่อครั้งทรงเป็นพระโพธิสัตว์ ก็เพื่อถึงความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อที่จะมีคำจริงแต่ละคำที่จะอนุเคราะห์เกื้อกูลแก่สัตว์โลก พระมหากรุณาคุณของพระองค์ที่ทรงมีต่อสัตว์โลกก็ด้วยการทรงแสดงพระธรรมแก่สัตว์โลก ทรงแสดงสภาพธรรมทั้งหมดซึ่งเป็นสิ่งที่มีจริงที่ควรรู้ เพื่อให้สัตว์โลกได้เข้าใจในสิ่งที่มีจริงตามความเป็นจริง ว่า ธรรม เป็นธรรม ไม่ใช่เรา ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล ไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่สิ่งหนึ่งสิ่งใด ขัดเกลาละคลายอกุศล มีความเห็นผิด ความไม่รู้ และความติดข้อง เป็นต้น ซึ่งมีผู้ตรัสรู้เป็นพระอริยบุคคลขั้นต่างๆ มากมาย นับไม่ถ้วน ทั้ง มนุษย์เทวดาและพรหมบุคคล ถ้าหากยังไม่สามารถรู้แจ้งอริยสัจจธรรมถึงความเป็นพระอริยบุคคลได้ ก็สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกเป็นที่พึ่งต่อไปในภายหน้า
จะเห็นได้ว่า กาลสมัยนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่พระธรรมยังดำรงอยู่ ก็ควรที่จะได้ฟังได้ศึกษาพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ศึกษาจากพระไตรปิฎกและอรรถกถา ฟัง สนทนาสอบถามจากกัลยาณมิตรผู้ที่มีปัญญามีความเข้าใจธรรมตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง เพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูก ซึ่งเป็นการได้ศึกษาในสิ่งที่ประเสริฐที่สุด มีค่าที่สุดในชีวิต เพราะบุญที่กระทำไว้ตั้งแต่ชาติปางก่อน เคยเห็นประโยชน์ของพระธรรมมาแล้ว จึงทำให้ได้มีโอกาสเกิดในสมัยที่พระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยังไม่ลบเลือน ยังไม่เสื่อมสูญไป พระไตรปิฎกและอรรถกถายังครบถ้วนสมบูรณ์ จึงควรที่จะได้ศึกษาในสิ่งที่ประเสริฐที่สุด ซึ่งจะเป็นไปเพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกไปตามลำดับ เป็นไปเพื่อละคลายความไม่รู้และอกุศลทั้งหลายได้ในที่สุด.

You may also like

Leave a Comment

-
00:00
00:00
Update Required Flash plugin
-
00:00
00:00