แม้กำลังทุกข์ยาก แต่เข้าใจถึงเหตุและผลว่าเขาควรจะประพฤติอย่างไร อย่างนั้นจะเป็นประโยชน์มากกว่าที่จะให้พระภิกษุผิดพระวินัยไปทำอย่างชาวบ้านทำอาหารแจกสงเคราะห์คฤหัสถ์ คิดแต่จะสงเคราะห์คฤหัสถ์ แล้วกิจของพระศาสนาคิดถึงหรือเปล่าว่าบวชเพื่ออะไร
พระภิกษุ
จะต้องเข้าใจให้ถูกต้องจริงๆว่า พระภิกษุไม่มีกิจที่จะเป็นคฤหัสถ์ ไม่มีการทำหน้าที่ของคฤหัสถ์อีกต่อไป เพราะฉะนั้น กิจของพระภิกษุต้องเป็นไปตามพระธรรมวินัย คือ ศึกษาธรรม (คันถธุระ) เพราะถ้าไม่ศึกษา ใครจะเข้าใจธรรม ต่างคนก็ต่างคิด เพราะฉะนั้น จึงสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาให้เข้าใจจริงๆ เมื่อเข้าใจแล้วจึงสามารถที่จะอบรมประพฤติปฏิบัติตามได้ เพราะมีความเข้าใจที่ถูกต้อง ทุกอย่างต้องสอดคล้องกันทั้งหมด เพราะฉะนั้น ถ้าจะให้เป็นพระพุทธศาสนาเถรวาทจริงๆ พระภิกษุทุกรูป ต้องทำตามพระธรรมวินัย
พระภิกษุต้องเป็นผู้ที่ศึกษาธรรมเพื่อขัดเกลากิเลส ออกจากกิเลส แล้วการที่พระภิกษุไปสงเคราะห์คฤหัสถ์เหมือนอย่างที่คฤหัสถ์ทำ เป็นกิเลสหรือว่าเป็นการกระทำที่ออกจากกิเลส เพราะว่าชาวบ้านมีหน้าที่ ในการสงเคราะห์คฤหัสถ์ด้วยกัน อยู่แล้ว แล้วทำไมจะต้องให้พระภิกษุมาสงเคราะห์อย่างตน พระภิกษุ มีทางเดียวที่จะสงเคราะห์คฤหัสถ์ ก็คือ ด้วยพระธรรมวินัย นี้เป็นจุดใหญ่ของการเป็นพระภิกษุ เป็นพระภิกษุทำไม แล้วคฤหัสถ์ทะนุบำรุงพระภิกษุเพื่ออะไร เพื่อให้ศึกษาธรรม เพื่อให้ประพฤติปฏิบัติขัดเกลากิเลสตามพระธรรมวินัย เพราะฉะนั้น จะให้พระภิกษุมาทำหน้าที่อย่างคฤหัสถ์ ก็เป็นคฤหัสถ์ ไม่ยากเลย ภิกษุใดที่มีจิตที่จะสงเคราะห์คฤหัสถ์อย่างคฤหัสถ์ ก็ลาสิกขาบทแล้วก็มาสงเคราะห์เต็มที่ได้ ไม่มีใครว่ากล่าวได้ เพราะว่าเป็นผู้ที่ทำถูกต้องในเพศของคฤหัสถ์ เพราะในเพศของพระภิกษุจะไม่ทำอย่างคฤหัสถ์ คฤหัสถ์ก็ทำหน้าที่ของคฤหัสถ์ เพราะว่าคฤหัสถ์ มีมากกว่าพระภิกษุ เพราะฉะนั้น เมื่อมีคฤหัสถ์มากกว่าพระภิกษุ คฤหัสถ์นี้เองก็สงเคราะห์กันได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องรบกวนพระภิกษุเลย
ช่วยเหลือคฤหัสถ์ เป็นกิจหน้าที่ของชาวบ้านต่างหากที่เขาช่วยกันอยู่แล้ว การที่พระภิกษุไปทำกิจของชาวบ้าน เป็นพระภิกษุในพระธรรมวินัยหรือเปล่า
ในยามข้าวยากหมากแพง ในยามมีภัยพิบัติ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จไปบิณฑบาตที่นั่น ก็เหมือนกับว่าพระพุทธเจ้าว่าไปเบียดเบียนชาวบ้าน แต่หารู้ไม่ว่าความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะไม่มีการเบียดเบียนใดๆ เลยทั้งสิ้น แม้ในครั้งนั้นก็ยังมีผู้เข้าใจผิด เพราะว่าชาวบ้านชาวเมืองที่ไม่ได้ศึกษาพระธรรมวินัยให้เข้าใจถูกต้อง ก็มีมาก
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงสิ่งซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับเขา ไม่ใช่เฉพาะในชาตินี้ชาติเดียว ชาตินี้ก็ทุกข์ยากแล้ว แล้วอย่างไรที่จะไม่ทุกข์ยากอีกต่อไปในอนาคตหรือในชาติต่อไป ถ้าเป็นไปได้ ก็คือ ต้องได้ฟังได้ศึกษาพระธรรมคำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ซึ่งให้ความจริง ว่าอะไรจะนำมาซึ่งความสะดวกสบายไม่ทุกข์ร้อน
แม้กำลังทุกข์ยาก แต่เข้าใจถึงเหตุและผลว่าเขาควรจะประพฤติอย่างไร อย่างนั้นจะเป็นประโยชน์มากกว่าที่จะให้พระภิกษุผิดพระวินัยไปทำอย่างชาวบ้านทำอาหารแจกสงเคราะห์คฤหัสถ์ คิดแต่จะสงเคราะห์คฤหัสถ์ แล้วกิจของพระศาสนาคิดถึงหรือเปล่าว่าบวชเพื่ออะไร.
