Home » ประโยชน์สูงสุดก่อนตาย

ประโยชน์สูงสุดก่อนตาย

( Somboon )

by Pakawa

ลาภที่ประเสริฐ ก็คือ การมีโอกาสได้ฟังพระธรรมศึกษาพระธรรมแล้ว ก็ได้เข้าใจพระธรรม ซึ่งละคลายความไม่รู้ และความติดข้อง จนกระทั่งสามารถที่จะละความติดข้องซึ่งยากแสนยากที่จะละได้นั้นให้หมดไปได้

ประโยชน์สูงสุดก่อนตาย

เมื่อรู้ว่าต้องตาย อาจจะเป็นวันนี้ พรุ่งนี้ ต่อไปสักครู่หนึ่งก็ได้ ประโยชน์สูงสุดคืออะไร เพราะฉะนั้น ไม่ใช่ให้ใครไปนั่งไตร่ตรองคิดเรื่องตายว่ามีมรณสติเราก็ต้องคิดเรื่องตาย ไม่ใช่อย่างนั้น แต่จากการรู้ว่าจะต้องตาย แต่ว่าเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ก็ทำให้มีการรู้ประโยชน์ของการที่จะมีชีวิตว่าประโยชน์สูงสุดจริงๆ ของการที่เกิดมาในโลกนี้คืออะไร
มีเงินทองทรัพย์สินมหาศาลก็ต้องตาย มีความรู้ความสามารถก็ต้องตาย มีมิตรสหาย มีผู้ช่วยเหลือเพื่อนฝูงมากมายก็ต้องตาย เพราะฉะนั้น ก่อนตาย อะไรเป็นประโยชน์สูงสุด เพราะอย่างไรต้องตายแน่ๆ
ความตายก็เป็นสิ่งที่ใครไม่สามารถที่จะรู้ล่วงหน้าได้เลยว่าจะมาถึงเมื่อไหร่ การที่กล่าวถึง เกิด แก่ เจ็บ ตาย ก็เพื่อเตือนให้ระลึกได้ว่าอย่างไรก็ต้องตาย แล้วจะตายเมื่อไหร่ก็ไม่สามารถจะรู้ได้ เพราะฉะนั้น ประโยชน์สูงสุดก่อนตาย ก็คือ ได้เข้าใจความจริง ตั้งแต่เกิดจนตายคืออะไร มีจริงๆ หรือเปล่า แล้วก็เหลืออะไรบ้าง อย่างเกิดมานี้ ขณะแรกก็ดับไม่กลับมาอีกเลย แต่ละขณะก็เป็นอย่างนั้น ไม่มีอะไรเหลือเลย แม้แต่กำลังเห็นเดี๋ยวนี้ ผู้ที่ไม่รู้ความจริงก็คิดว่า เห็นอยู่เรื่อยๆ แต่ความจริงถ้าสามารถจะที่รู้ได้ว่า เห็นเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป ซึ่งความจริงเป็นอย่างนี้ ก็จะทำให้ได้ประโยชน์จากการที่เกิดแล้วก็ต้องตาย จะเร็วหรือจะช้าก็คือว่าอย่างน้อยที่สุดชาตินี้ก็มีประโยชน์ที่ได้รู้ความจริง
พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงเป็นธรรมที่ให้ชีวิตที่เริ่มเปลี่ยนจากความไม่รู้ เป็นความรู้ความเข้าใจสิ่งที่มีตามความเป็นจริง ตามกำลังของปัญญาที่มีโอกาสได้ฟังพระธรรมแล้วก็ได้ไตร่ตรองพระธรรม จะเห็นได้ว่า ชีวิตเริ่มเปลี่ยนไปบ้างหลังจากที่ได้ฟังธรรม จะมากน้อยแค่ไหน แล้วแต่กำลังของปัญญา การฟังแต่ละครั้งก็เพื่อสะสมความเห็นถูกความเข้าใจถูก แล้วคนนั้นก็จะรู้ได้ว่า เพราะความเห็นถูกความเข้าใจถูก จึงละคลายความติดข้องที่เคยไม่รู้ และเคยติดข้องในทุกสิ่งทุกอย่าง แม้แต่ลาภ ถ้าไม่มีตา หู จมูก ลิ้น กาย จะเอาอะไรมาเป็นลาภ แต่สิ่งต่างๆ เหล่านี้ เป็นลาภจริงหรือ ได้มาชั่วคราว แล้วสิ่งนั้นเกิดแล้วก็ดับไปแล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย แล้วจะเป็นของใคร ไปหาที่ไหนก็ไม่มีสิ่งนั้นอีกแล้ว เพราะว่า สิ่งใดก็ตามที่เกิดแล้วสิ่งนั้นดับไป เหลือแต่ความจำ และความติดข้องในสิ่งนั้นที่เพิ่มมากขึ้นทุกขณะที่ไม่รู้ความจริงของสิ่งที่กำลังปรากฏ เพราะฉะนั้น ลาภอย่างนั้นได้มาเพื่อความไม่รู้และความติดข้องเพิ่มขึ้น แต่ว่าลาภที่ประเสริฐ ก็คือ การมีโอกาสได้ฟังพระธรรมแล้ว ก็ได้เข้าใจพระธรรมซึ่งละคลายความไม่รู้และความติดข้อง จนกระทั่งสามารถที่ความติดข้องซึ่งยากแสนยากที่จะละได้ ไม่เกิดอีกเลย หมดสิ้นได้ นี่คือ ลาภอันประเสริฐ ที่เป็นประโยชน์สูงสุดก่อนความตายจะมาถึง

You may also like

Leave a Comment

-
00:00
00:00
Update Required Flash plugin
-
00:00
00:00