Home » ทำอย่างไรจิตจึงจะสงบ

ทำอย่างไรจิตจึงจะสงบ

( Somboon )

by Pakawa

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงพระธรรม ๔๕ พรรษา เพื่อทุกคนที่สะสมมาแต่ละอัธยาศัยที่เมื่อฟังแล้วจะเป็นประโยชน์ คือ ยากที่จะละอกุศล แต่อย่างน้อยที่สุดรู้ว่า อกุศล ควรละ ก็ยังเป็นหนทางที่จะทำให้ค่อยๆ ฟังพระธรรมเข้าใจขึ้น จนกระทั่งปัญญามีกำลัง และปัญญาก็ทำหน้าที่ของปัญญาได้ เมื่อนั้นสงบ

ทำอย่างไรจิตจึงจะสงบ

ความสงบตามปกติขอให้มีเป็นเชื้อ เป็นทุนอยู่เรื่อยๆ เพื่อที่ว่าเมื่ออารมณ์หนึ่งอารมณ์ใดของสมถภาวนาปรากฏ จิตของท่านสามารถสงบและสงบมั่นคงขึ้น เพราะมีปัจจัยที่เคยอบรมความสงบในชีวิตประจำวันด้วยปัญญาที่รู้ลักษณะของความสงบ
      ในขณะที่จะกระทำกายหรือวาจาด้วยโลภะ หรือด้วยอกุศลใดๆก็ตาม ให้ระลึกว่า ขณะนั้นสงบหรือไม่เสียก่อน เท่านี้ แล้วจะรู้ว่า ถ้าปัญญาเกิดในขณะนั้นจะรู้วิธีที่ว่า ทำอย่างไรจิตจึงจะสงบ แม้ในขณะนั้น นั่นคือปัญญาที่รู้หนทาง วิธีที่จะสงบ ต้องเป็นปัญญาว่า จะสงบอย่างไร แล้วความสงบจึงจะเกิดขึ้นได้บ่อยๆ แต่ถ้าในขณะนี้ปัญญาไม่เกิด ไม่รู้ลักษณะที่ต่างกันของความสงบ ก็จะต้องการความสงบอื่น เช่น อานาปานสติเป็นอย่างไร มุ่งไปหาอานาปานสติ โดยคิดว่าจะสงบด้วยการจดจ้องที่ลมหายใจ โดยไม่รู้ลักษณะที่ว่า ขณะจะทำทุจริต ขณะที่เป็นอกุศลจิต ขณะนั้นจิตไม่สงบ ถ้าปัญญารู้หนทาง ความสงบก็เกิดขึ้นบ่อยๆ เนืองๆ และหนทางที่จะเป็นถึงอุปจารสมาธิ และอัปปนาสมาธินั้นก็ยากที่จะถึงได้
     ฉะนั้น ขอให้ท่านพิจารณาตัวท่านเองว่า ตามความเป็นจริงแล้วท่านเป็นผู้สมควรที่ฌานจิตจะเกิดหรือไม่ ถ้าไม่สมควร จะไปพากเพียรด้วยความต้องการทำ โดยที่ไม่สะสมเหตุปัจจัย คือความสงบเท่าที่จะมีได้ในชั่วขณะหนึ่งๆ แทนอกุศลจิตซึ่งเกิดอยู่บ่อยๆ
การไปนั่งสมาธิ หรือ ทำอะไรต่างๆ ตามๆ กันไป ด้วยความเห็นว่า จะเป็นทางให้บรรลุธรรม จะเป็นทางที่จะให้เกิดปัญญา ขณะนั้นเป็นไปกับความหวังความต้องการ เป็นอกุศล เมื่อเป็นอกุศลแล้วจะบรรลุธรรมได้อย่างไร และเป็นมิจฉาสมาธิด้วย มีแต่จะพอกพูนอกุศลให้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากพระธรรม เป็นเรื่องละ ไม่ใช่ความติดข้องต้องการ
เพราะฉะนั้นแล้ว หนทางที่ควรดำเนิน คือ หนทางแห่งการอบรมเจริญปัญญา เป็นการสะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกจากการฟังพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ค่อยๆ สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปทีละเล็กทีละน้อย เมื่อความเข้าใจเจริญขึ้น ก็เป็นเครื่องปรุงแต่งให้มีการรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา ซึ่งขณะนั้น สมาธิ ก็มีด้วย แต่เป็นสมาธิที่เป็นไปพร้อมกับสติปัญญาที่เข้าใจถูกเห็นถูกในธรรมตามความเป็นจริง เป็นสัมมาสมาธิ ความตั้งมั่นโดยชอบ ไม่ใช่ด้วยการทำ ไม่ใช่ด้วยการจดจ้องต้องการ แต่เป็นความเจริญขึ้นของความเข้าใจถูกเห็นถูกจากการฟังพระธรรมเป็นปกติในชีวิตประจำวัน.

You may also like

Leave a Comment

-
00:00
00:00
Update Required Flash plugin
-
00:00
00:00