( Somboon )
ปัญญาเป็นเครื่องนำทางชีวิตไปสู่คุณความดีทั้งปวง และเพราะมีความเข้าใจที่ถูกต้อง ก็สามารถกล่าวความจริงเกื้อกูลบุคคลอื่นให้ตั้งอยู่ในความเห็นถูกด้วย ผู้ที่ได้รับการเกื้อกูลก็จะค่อยๆ ได้เริ่มสะสมความเข้าใจถูกเห็นถูก ไปทีละเล็กทีละน้อย เป็นประโยชน์ทั้งในชาตินี้และสะสมเป็นที่พึ่งต่อไปในภายหน้าด้วย
ความสงสัย
ความเคลือบแคลงสงสัย ไม่หมดเสียที แม้แต่ได้ฟังธรรมะมา ก็ยังสงสัย เพียงแต่มากหรือน้อย และความสงสัยจะเป็นตะปูตรึงใจ ให้ไม่พิจารณาอะไร เพียงแต่สงสัย ไม่ได้ฟังก็สงสัย ได้ฟังก็สงสัย ในขณะที่ความสงสัยเกิดขึ้น ทำให้ขณะนั้นไม่เข้าใจธรรมะ แต่เมื่อมีโอกาสได้ฟังธรรมะเพิ่มขึ้น ก็สามารถคลายความสงสัยได้ เหมือนกัน แม้ตะปูจะตอกตรึงไว้ แต่ก็สามารถถอนหรือคลายได้ แต่ต้องเป็นความเห็นถูก คือปัญญาเท่านั้นที่สามารถละคลายได้
เพราะฉะนั้น ให้ทราบว่า ขณะใดธรรมะที่หยาบกระด้างเปรียบเหมือนตะปูที่แข็ง เกิดขึ้นแล้วก็ตรึงไว้ ทำให้ขณะนั้นไม่สามารถไปสู่ความเห็นถูก ความเข้าใจถูก หรือออกจากความเคลือบแคลงได้ แต่ก็สามารถมีธรรมะที่สามารถคลายความสงสัย คือ ปัญญา
ด้วยเหตุนี้ผู้ที่ไม่ได้สะสมปัญญา และไม่ได้ศึกษาธรรมะเลย ขอเพียงเก็บความสงสัยเรื่องนั้นเรื่องนี้ โดยไม่ฟังเหตุผล ไม่พิจารณาว่า แท้จริงแล้วเป็นธรรมะที่ยากจะรู้ และหลากหลาย และจะรู้ได้ด้วยปัญญาที่ได้อบรมเพิ่มขึ้น
หนทางเดียวที่จะละความสงสัยได้ คือการอบรมเจริญปัญญาเพิ่มขึ้น ปัญญาเพิ่มขึ้น ความสงสัยจะน้อยลง ตะปูตรึงใจก็ค่อยๆ ถอนออกได้ ความสงสัยในพระพุทธเจ้า ในพระธรรม ในพระสงฆ์ ในการศึกษา ศึกษาคือรู้ว่า การที่ได้ฟังบ่อยๆ สามารถทำให้เข้าใจธรรมะที่ได้ยินได้ฟัง เพราะว่าสิ่งที่ได้ยินได้ฟังก็เป็นเรื่องของธรรมะ เมื่อเข้าใจแล้วก็ทำให้รู้หนทางที่ทำให้หมดความสงสัย หรือหมดตะปูตรึงใจได้ มิฉะนั้นจากปุถุชนก็จะไปสู่ความเป็นพระอริยบุคคลไม่ได้ แต่เพราะเหตุว่าธรรมะเหล่านี้ แม้ว่าขณะที่เกิดเป็นตะปูตรึงใจ แต่ถ้ามีปัญญาเมื่อไร ก็ค่อยๆ ถอนสิ่งที่เป็นตะปูตรึงใจได้
ทุกคนก็รู้ตัวดี คนอื่นบอกไม่ได้เลยว่า มีความสงสัยแบบไหน แค่ไหน หรือค่อยๆ คลายไปแค่ไหน เพราะเข้าใจเพิ่มขึ้น หรือยังอยากแต่จะสงสัย แม้เรื่องที่ไม่มีใครสงสัย ก็ยังสงสัย เพราะฉะนั้น ตะปูตรึงใจแล้ว โดยไม่รู้ตัวเลย
แต่ละคนก็เป็นผู้ฟังธรรมะเพื่อเข้าใจ ขณะที่โทสะเกิด หยาบกระด้าง ตรึงใจไว้นานเท่าไรบางทีชั่วโมง สองชั่วโมง เพราะฉะนั้น ก็แล้วแต่ปัญญา ขณะที่ตะปูกำลังตรึงใจ ไม่มีทางหลุดจากการตรึงใจได้
ทั้งหมดก็อยู่ที่ปัญญา การฟังธรรมะไม่ใช่ไปดูคนอื่น บางคนอย่างนั้น บางคนอย่างนี้ ก็เรื่องของเขา ใครทำได้ เขาไม่เข้าใจ เขาไม่สนใจ ใครจะไปทำอะไรได้ แต่สำหรับแต่ละคนที่ได้ฟังพระธรรม ฟังเพื่ออะไร ไม่ใช่ฟังเพียงเข้าใจ แล้วไม่ประพฤติปฏิบัติตาม เพราะบางคนเข้าใจ แต่ก็ยังเก็บโทสะ ความโกรธ ความผูกโกรธ แล้วความเข้าใจแค่ไหน ถ้าเป็นอย่างนั้น เทียบได้เลย ตราบใดที่ยังไม่ได้ถอนออก แปลว่ายังไม่มีกำลังของปัญญาพอที่จะคลาย หรือพอที่จะค่อยๆ เห็นโทษของโทสะ
เพราะฉะนั้น ก็ทราบว่า แต่ละคนสะสมอกุศลมามาก ความไม่รู้ก็มาก การฟังธรรมะเพื่อจะเข้าใจขึ้น เพราะถ้าไม่เข้าใจ ก็ไม่สามารถพ้นจากตะปูตรึงใจได้เลย.
