พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว จึงควรอย่างยิ่งที่พุทธศาสนิกชนจะได้ศึกษา เพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูก เป็นปัญญาของตนเองต่อไป ยิ่งฟังพระธรรม ก็ยิ่งเข้าใจ ยิ่งเห็นพระมหากรุณาคุณของพระองค์ ถ้าพระองค์ไม่ทรงบำเพ็ญ พระบารมีมา ไม่มีทางเลยที่สัตว์โลกจะได้เข้าใจความจริง ในฐานะของสาวก ประโยชน์สูงสุดที่ทุกคนจะพึงได้ คือความเข้าใจถูกเห็นถูก ในสิ่งที่กำลังปรากฏ
มนต์
คำว่ามนต์ มาจากภาษาบาลี คือ มนฺต หมายถึง ปัญญา บางครั้งก็มีคำว่า พุทธมนต์ (พระปัญญาของพระพุทธเจ้า) ด้วย และประการที่สำคัญ คือ มนต์ในทางพระพุทธศาสนา ต้องเป็นพระธรรมคำสอนที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงเท่านั้น เช่น พระสูตร ต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งถ้าไม่ฟังไม่ศึกษา ย่อมไม่มีทางที่จะเข้าใจเลย
ก็เป็นการใส่ชื่อเข้าไปว่าเป็นพิธีกรรมของศาสนา หากแต่ว่าศาสนาพุทธ คือศาสนาที่สอนให้เกิดปัญญา ความเห็นถูก และเกิดกุศลธรรม ซึ่งพระพุทธองค์แสดงไว้ว่า ธรรมเหล่าใดที่แสดงเพื่อเป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด อกุศลธรรมเสื่อมไป กุศลธรรมเจริญขึ้น นั่นเป็นธรรมที่เราแสดงไว้ และเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ส่วนธรรมเหล่าใด หรือสิ่งใดที่กระทำแล้ว อกุศลธรรมเจริญขึ้น กุศลธรรมเสื่อมไปไม่ใช่ธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดง และไม่ใช่การกระทำที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นการกระทำอะไรก็ตามที่ใส่ชื่อเข้าไป ว่าพิธีศาสนาพุทธ แต่ทำแล้วทำให้อกุศลเจริญ เพื่อให้ได้กุศลเพื่ออยากได้กุศลธรรม การทำนั้นเพื่อได้ ไม่ใช่เพื่อละ เป็นไปกับความติดข้องก็ไม่ถูกต้อง และไม่ใช่พระพุทธศาสนา แต่แม้จะใส่ชื่อหรือไม่ใส่ชื่อก็ตาม แต่การกระทำนั้น ไม่ใช่เพื่อความติดข้อง แต่เป็นไปเพื่อความเจริญขึ้นของกุศลธรรม ก็เป็นพระธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดง เป็นพระพุทธศาสนา
ที่สำคัญพระธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดง ไม่ใช่เรื่องของรูปแบบ ที่จะต้องมีพิธีเป็นขั้นตอน ที่จะต้องยึดติดว่าจะต้องเป็นแบบนั้น เพียงแต่ว่า การกระทำต่างๆ จะต้องเกิดจากปัญญา ความเห็นถูก กาย วาจา และใจก็จะน้อมไปในทางกุศล
พระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสรู้ และทรงแสดงนั้น เป็นพระปัญญาตรัสรู้ของพระองค์ ที่เกิดจากการสะสมบำเพ็ญพระบารมีมาเป็นเวลาที่ยาวนาน เป็นพระพุทธมนต์ ซึ่งจะต้องมีความละเอียดรอบคอบในการศึกษา เพื่อความเข้าใจอย่างถูกต้อง ตรงตามความเป็นจริง โดยไม่ใช่เพียงสวดหรือท่อง เท่านั้นจะต้องเป็นผู้มีความเข้าใจด้วย บทสวดมนต์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมงคลสูตร กรณียเมตตสูตร รัตนสูตร เป็นต้น ล้วนเป็นพระธรรมที่ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดง ซึ่งจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อได้ศึกษา และเข้าใจอย่างถูกต้อง ถ้านำมาสวดหรือท่อง เพื่อได้เพื่อต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใด หวังให้พ้นภัย หวังลาภสักการะ ก็เป็นการผิดตั้งแต่ต้น เป็นอกุศลตั้งแต่ต้นแล้ว ไม่ได้เป็นไปเพื่อความเจริญขึ้นของกุศลธรรม ไม่เป็นไปเพื่อการขัดเกลากิเลสในชีวิตประจำวัน เพราะพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงทั้งหมดนั้น เป็นไปเพื่อละไม่ใช่เพื่อความติดข้องต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใด
พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว จึงควรอย่างยิ่งที่พุทธศาสนิกชนจะได้ศึกษา เพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูก เป็นปัญญาของตนเองต่อไป ยิ่งฟังพระธรรม ก็ยิ่งเข้าใจ ยิ่งเห็นพระมหากรุณาคุณของพระองค์ ถ้าพระองค์ไม่ทรงบำเพ็ญ พระบารมีมา ไม่มีทางเลยที่สัตว์โลกจะได้เข้าใจความจริง ในฐานะของสาวก ประโยชน์สูงสุดที่ทุกคนจะพึงได้ คือความเข้าใจถูก เห็นถูกในสิ่งที่กำลังปรากฏ.
