Home » ศีลนั้น… อยู่ที่ไหน ?

ศีลนั้น… อยู่ที่ไหน ?

( วีระ วศินวรรธนะ )

by Pakawa

” ศีลนั้น…
อยู่ที่ไหน ? มีตัวตนเป็นอย่างไร ?
ใครเป็นผู้รักษา ? แล้วก็รู้ว่า…
ผู้นั้น เป็นตัวศีล ศีล ก็อยู่ที่ตนนี้

เจตนา เป็นตัวศีล
เจตนา คือจิตใจ
คนเรา ถ้าจิตใจไม่มี ก็ไม่เรียกว่าคน
มีแต่กาย จะทำอะไรได้
ร่างกาย กับจิต ต้องอาศัย ซึ่งกันและกัน
เมื่อจิต ไม่เป็นศีล
กายก็ประพฤติ ไปต่างๆ มีโทษต่างๆ

ผู้มีศีลแล้ว…ไม่มีโทษ
จะเป็นปกติแนบเนียน ไม่หวั่นไหว ไม่มี เรื่อง
หลงกาย กับจิต เราได้มาแล้ว มีอยู่แล้ว
ได้มาจากบิดา-มารดาพร้อมบริสุทธิ์แล้ว
จะทำให้เป็นศีล ก็รีบทำ ศีล มีอยู่ที่เรานี้แล้ว
รักษาได้ไม่กี่กาล ก็ได้ผล ไม่กี่กาล

ผู้มีศีล…
ย่อม เป็นผู้องอาจ กล้าหาญ
ผู้มีศีล…
ย่อม มีความสุข
ผู้มีศีล…
จักมั่นคง ไม่อด ไม่อยาก ไม่ยาก ไม่จน

ก็เพราะรักษาศีลได้บริบูรณ์
จิต ดวงเดียว
เป็นศีล เป็นสมาธิ เป็นปัญญา
ผู้มีศีลแท้…เป็นผู้หมดเวร หมดภัย.”
__________________________________________
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ศีล…ไม่ได้อยู่ที่พระ
ธรรมะ… ไม่ได้อยู่ที่วัด
เงิน …ไม่ได้อยู่ที่เศรษฐี

แต่ศีล อยู่ที่กายใจของเรา
ธรรมะ อยู่ที่สติ ปัญญา
เงิน อยู่ทุกที่ ที่มี”ความขยัน”

..” แม้จะจนก็ยอมจน ขอแต่ให้ตัว ” ดี “
แต่คนโง่ชอบเงินมากกว่าคนดีและความดี
ขอแต่ได้เงิน ถึงจะชั่วช้าลามก โสมม เพียงไรก็ไม่หลีกห่าง
คนดีกับคนชั่ว สมบัติกับเงินทองกับธรรมะผิดกันอย่างนี้แล…”

หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต

**”อิทัปปัจจยตา” กฎสูงสุดของธรรมชาติ**
.
ทุกสิ่งในโลกเป็นไปตามเหตุปัจจัย — สิ่งนี้มีเพราะสิ่งนั้นมี เรียกว่า อิทัปปัจจยตา หรือ ปฏิจจสมุปบาท กฎแห่งธรรมชาติที่ครอบคลุมทั้งจักรวาล ไม่มีสิ่งใดหลุดพ้นจากกฎนี้ ไม่ว่าจะเป็นสุข ทุกข์ ชีวิต ความตาย หรือแม้แต่ดวงดาวบนฟ้า

ผู้ที่เข้าใจอิทัปปัจจยตาอย่างลึกซึ้ง จะไม่ถูกรัก โลภ โกรธ กลัว ครอบงำ เพราะเห็นว่าสิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นผลของเหตุปัจจัย เป็นเพียงกระแสแห่งการปรุงแต่ง ไม่ใช่ของจริง ไม่ใช่ของเรา ไม่ควรยึด ไม่ควรผลัก — จิตจึงเข้าถึงอุเบกขาธรรม พ้นจากความยึดติด และพ้นจากความทุกข์

พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้กฎนี้ และทรงเคารพใน “พระธรรม” — ซึ่งในพุทธศาสนา ถือเป็นสิ่งสูงสุด เป็น “พระเจ้า” ในความหมายที่แท้จริง

**เข้าใจอิทัปปัจจยตา = เข้าถึงธรรมะ = พ้นทุกข์**

….พุทธทาสภิกขุ
ธรรมบรรยาย วันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๑๕

เมื่อทำผิด สิ่งที่ควรทำ
ไม่ใช่หาเหตุผลแก้ตัว
แต่คือ การยอมรับผิด

การหาข้ออ้างเหมือนไม่ผิด
หรือการพยายามอ้างให้เหมือนถูก
นอกจากจะฝังตราบาปในใจแล้ว
ยังเป็นการหนีตัวเอง หนีปัญหา
และนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ร้ายยิ่งกว่า
ไม่ว่าในด้านของกฎแห่งกรรม
หรือในด้านการเติบโตทางจิตวิญญาณ

การเผชิญหน้ากับความผิด
มันเป็นการฝึกฝนตนเองอย่างหนึ่ง
เป็นการฝึกไม่หลอกตัวเอง ไม่หลอกลวงผู้อื่น
ฝึกความกล้าหาญ ฝึกที่จะปล่อยวางอัตตา
และฝึกที่จะเรียนรู้ว่า แม้แต่เราก็ผิดได้

เมื่อรู้ว่าผิดได้ ก็ต้องยอมรับได้
เช่นนี้ จึงจะสามารถปรับปรุงแก้ไข
และปลดปล่อยจิตใจของเรา
ไปสู่อิสรภาพที่แท้จริงในที่สุด
.
𝐶𝑟𝑒𝑑𝑖𝑡 : 𝐵𝑜𝑑𝘩𝑖𝑠𝑎𝑡 𝐻𝑒𝑎𝑟𝑡

เมื่อถึงจุดหนึ่ง…
จะคิดได้ว่าเราไม่จำเป็นต้อง
พิสูจน์ตัวเองกับใคร

เราไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศ
บอกใครว่าเราเป็นยังไง
เพราะสุดท้ายแล้วไม่ว่ายังไง
ชีวิตเราก็ต้องไปต่อ

คนที่ดีกับเราเขาก็คงหวังดีกับเรา
คนที่ไม่ดีกับเราเขาก็คงไม่ไม่หวังดีกับเรา

หน้าที่ของการเกิดมาคือการทำให้ตัวเองมีความสุข
ไม่ได้เกิดมาเพื่อให้ใครรู้สึกยังไงกับเรา
ใครยังคงอยู่ ก็…จะขอบใจ
ใครจะจากไป ก็…ยินดี

#รุ่นใหญ่

You may also like

Leave a Comment

-
00:00
00:00
Update Required Flash plugin
-
00:00
00:00