สิ่งที่ประเสริฐสุดคือได้เข้าใจพระธรรม

ขึ้นชื่อว่าชาวพุทธแล้ว ต้องเป็นผู้ฟังพระธรรม และมีความเข้าใจที่ถูกต้องตรงตามพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง การที่จะเข้าใจธรรมได้นั้น ต้องอาศัยการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม สะสมปัญญาไปตามลำดับ และจะต้องอาศัยกาลเวลาอันยาวนานในการอบรมเจริญปัญญา สะสมไปทีละเล็กทีละน้อย

สิ่งที่ประเสริฐสุดคือได้เข้าใจพระธรรม

เรามีเรื่องที่เราสนใจมากกว่าธรรม ยิ่งเวลานี้ โรคภัยกำลังระบาดหนัก เรื่องนี้ก็ใหญ่โต เรื่องนั้นก็สำคัญ เดี๋ยวเช้าทำอะไร กลางวันทำอะไร บ่ายทำอะไร คิดว่าว่างๆ ก็จะฟังธรรมสักหน่อยหนึ่ง หรือเข้ามาอ่านธรรมะ เพราะฉะนั้น พระธรรมกับสิ่งที่เราเข้าใจว่าสำคัญมากที่ยึดติดมา ห่างไกลกันแค่ไหน เพราะปัจจัยที่จะให้ผูกพันกับธรรมะ แทนที่จะผู้พันกับ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ (สิ่งที่กระทบสัมผัสกาย) ก็ต่างกัน เป็นอุปนิสัยซึ่งกว่าจะค่อยๆสะสมจนกระทั่งมากพอที่จะเห็นประโยชน์ว่าทั้งชีวิตที่เกิดมาแล้ว สิ่งที่ประเสริฐสุดคือได้เข้าใจพระธรรม มิฉะนั้นแล้ว จะมีอะไร ตอนเป็นเด็กก็สนุกมากเรียนหนังสือไปเที่ยวอะไรต่างๆ ไม่มีใครคิดว่าจะมาสนใจศึกษาพระธรรม ใช่ไหม ไม่ได้ตั้งใจไว้ก่อน ไม่ได้เตรียมตัวเลยสักนิดเดียว แต่ก็เห็นได้ว่าต่างกันมาก ทรัพย์สินเงินทองที่ได้มา ยังเป็นของเราตลอดไปหรือเปล่า ก็ไม่มีทางเป็นไปได้ ทรัพย์สินก็ยังอยู่ห่าง กายทั้งกาย ตั้งแต่ศีรษะจดเท้าก็ไม่ใช่ของเราและก็ไม่ใช่ของใคร เพียงไม่มีจิตเกิดที่รูปนี้เท่านั้น กายนี้ก็คือรูปที่เหมือนท่อนไม้ แล้วเป็นของเราหรือเปล่า รูปร่างหน้าตาเอาไปได้ไหม ก็ไม่ได้สักอย่างเดียว แม้แต่การศึกษาอย่างสูงมากจบปริญญาหลายปริญญาก็ตามแต่ ความชำนาญเชี่ยวชาญทั้งหมด ตามไปได้ไหม ก็ไม่ได้เลยทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น จะเข้าใจความหมายของ ”ชั่วคราว” ว่า จิตแต่ละหนึ่งขณะ เกิดตามเหตุตามปัจจัยบังคับบัญชาไม่ได้ ต้องเป็นไป เกิดแล้วก็แค่ปรากฏแล้วหายไปเลยไม่กลับมาอีก ทั้งหมดเป็นอย่างนี้ทุกวันทุกชาติไม่มีอะไรเลยที่พอที่จะมาเป็นของเราได้เลยสักอย่างเดียว แล้วก็ยังคงหลงติดอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ไม่มีวันจบ และไม่ใช่มีแต่ความสุข ความทุกข์มากมาย แต่มองไม่เห็นเลย เพราะฉะนั้นก็จะเห็นได้จริงๆ ว่า สิ่งที่มีค่าที่สุดประเสริฐที่สุดแต่ละชาติ เกิดที่ไหนก็ตาม แผ่นดินไหนก็ตาม โลกไหนก็ตาม ประโยชน์ที่แท้จริง สูงสุดคือ ได้เข้าใจพระธรรม.

Related posts

ความเห็นผิด

จะอยู่ในโลกนี้อีกไม่นาน

แสวงหา