วิบัติ ๓ กาลวิบัติ, ทิฏฐิวิบัติ และจิตวิบัติ

การฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงด้วยความละเอียดรอบคอบ สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกเท่านั้น ที่จะเป็นไปเพื่อละคลายความเห็นที่ผิด ที่ไม่ตรง เวลาที่เหลืออยู่นี้จึงเป็นเวลาที่มีค่าที่สุดในการที่จะให้ตนเองมีความเข้าใจธรรมเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นหนทางเดียวที่จะเป็นไปเพื่อการดับกิเลส มีความเห็นผิด เป็นต้น ซึงจะทำให้พ้นจากวิบัติประการต่างๆ ได้ในที่สุด

วิบัติ ๓
กาลวิบัติ, ทิฏฐิวิบัติ และจิตวิบัติ

วิบัติ หมายถึง ความเสื่อม ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าจะมุ่งหมายถึงวิบัติอะไร ถ้าเป็นความวิบัติที่น่ากลัว มีโทษ ก็คือ ความวิบัติ หรือความเสื่อมของจิต ซึ่งก็คือจิตที่ประกอบด้วยอกุศลธรรม นั้นเอง ซึ่งทำให้เป็นผู้มีจิตวิบัติ คืออกุศลจิต ประเภทที่มีความติดข้องต้องการเกิดร่วมด้วย หรือประเภทที่มีความโกรธความขุ่นเคืองใจเกิดร่วมด้วย และ เป็นทิฏวิบัติ เมื่อเป็นผู้ที่มีความเห็นผิดคือ มิจฉาทิฏฐิ
กาลวิบัติ คือ ช่วงเวลาที่ไม่ดี ไม่สมควร เช่น ช่วงเวลาที่ข้าวยากหมากแพง เกิดสงคราม เกิดโรคระบาด เป็นต้น เหตุให้เกิด กาลวิบัติ คือความเป็นไปของสภาพธรรมด้วยหลายปัจจัย คือ อุตุ เป็นปัจจัยให้เกิดสภาพอากาศไมดี เป็นต้น ซึ่งจะเป็นโอกาสให้อกุศลกรรมต่างๆ ให้ผล
ทิฏฐิวิบัติ คือ ผู้ที่มีความเห็นผิด เช่น เห็นว่าตายแล้วไม่เกิด กรรมไม่มี ผลของกรรมไม่มี เป็นต้น เหตุให้เกิด ทิฏฐิวิบัติ คือ เหตุให้เกิดความเห็นผิด คือ อวิชชา ความไม่รู้ เพราะไม่รู้จึงเห็นผิด เป็นทิฏฐิวิบัติ เป็นโอกาสให้กระทำกรรมชั่ว ประการต่างๆ ซึ่งเป็นเหตุให้ได้รับผลที่ไม่ดีในโอกาสต่อไป
จิตวิบัติ คือ จิตที่เสีย ด้วยอำนาจโทสะ ขุ่นใจ เหตุให้เกิด จิตวิบัติ ให้เกิดโทสะ คือ ความไม่รู้ อวิชชา เช่นกัน ที่ทำให้เกิดวิบัติประการต่างๆ เพราะกิเลสเป็นสำคัญ เป็นโอกาสให้กระทำกรรมชั่ว มีการล่วงศีล เป็นต้น แต่ถ้าไม่ถึงกับล่วงศีล ก็สะสมกิเลสอกุศลเพิ่มมากขึ้น
ในพระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ติกนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๓ – หน้าที่ 534 แสดงว่า
จิตตวิบัติ เป็นอย่างไร คนลางคนในโลกนี้ เป็นคนมีอภิชฌา (เห็นแก่ได้) มีใจพยาบาท นี่เรียกว่าจิตตวิบัติ
ทิฏฐิวิบัติ เป็นอย่างไร คนลางคนในโลกนี้ เป็นมิจฉาทิฎฐิ มีความเห็นวิปริต (ผิดจากคลองธรรม) ว่า ทานไม่มีผล, การบูชาไม่มีผล, การบวงสรวงไม่มีผล, ผลวิบากของกรรมดีและชั่วไม่มี, โลกนี้ไม่มี, โลกอื่นไม่มี, มารดาไม่มี, บิดาไม่มี, สัตว์ที่เป็นโอปปาติกะไม่มี, สมณพราหมณ์ผู้ดำเนินถูกทางผู้ปฏิบัติชอบที่กระทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเอง แล้วสอนโลกนี้และโลกอื่นให้รู้ ไม่มีในโลก นี้เรียกว่า ทิฏฐิวิบัติ
มิจฉาทิฏฐิ (ความเห็นผิด) เป็นสภาพธรรมที่มีจริง เป็นอกุศลธรรม เพราะมีความเห็นผิดเกิดขึ้นเป็นไป จึงเรียกบุคคลนั้นว่า เป็นบุคคลผู้มีความเห็นผิด เป็นผู้มีความเห็นที่ไม่ตรง มีความเห็นที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงของสภาพธรรม เมื่อเห็นผิดแล้ว ทุกอย่างก็ผิดไปหมด ความประพฤติเป็นไปทางกาย ทางวาจา และทางใจ ก็ย่อมผิดไปด้วย กล่าวได้ว่า คิดผิด พูดผิด ทำผิด ปฏิบัติผิด คล้อยตามความเห็นที่ผิด ถ้าได้กระทำอกุศลกรรมประการต่างๆ ก็จะเป็นเหตุให้ตนเองยิ่งตกต่ำมากยิ่งขึ้น คือ ตกไปสู่อบายภูมิ ยากที่ข้ามพ้นได้ ทั้งหมด ล้วนสืบเนื่องมาจากความเห็นผิด ทั้งนั้น ความเห็นผิด เป็นอกุศลธรรม ที่อันตรายและมีโทษมากเป็นอย่างยิ่ง
ขณะที่ความเห็นผิดเกิดขึ้น เสื่อมแล้ว เสื่อมจากปัญญา เสื่อมจากคุณความดีทั้งปวง เช่น เห็นผิดว่าบุญบาป ไม่มี ก็ลองคิดดูว่าถ้าเห็นผิดอย่างนี้แล้วจะเป็นอย่างไร ก็ไม่ทำดี มีแต่ทำชั่วต่างๆ นานา นี้คือ ตัวอย่างของความเห็นผิด ซึ่งเป็นความเสื่อมอย่างหนึ่ง
การฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงด้วยความละเอียดรอบคอบ สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกเท่านั้น ที่จะเป็นไปเพื่อละคลายความเห็นที่ผิด ที่ไม่ตรง ได้ในที่สุด เราไม่สามารถที่จะทราบได้เลยว่าโอกาสที่เราจะเข้าใจธรรมในภพนี้ชาตินี้ จะเหลืออีกเท่าใด เพราะฉะนั้นแล้ว เวลาที่เหลืออยู่นี้จึงเป็นเวลาที่มีค่าที่สุดในการที่จะให้ตนเองมีความเข้าใจธรรมเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นหนทางเดียวที่จะเป็นไปเพื่อการดับกิเลส มีความเห็นผิด เป็นต้น ซึงจะทำให้พ้นจากวิบัติประการต่างๆ ได้ในที่สุด.

Related posts

ความเห็นผิด

จะอยู่ในโลกนี้อีกไม่นาน

แสวงหา