เกิดมาแต่ละชาติ ความดี ความชั่ว ซึ่งเกิดแต่ละขณะจะสะสมสืบต่อติดตามไปแต่ละชาติ อย่างอื่นติดตามไปไม่ได้ ในขณะที่ได้ฟังพระธรรมก็เป็นชาติหนึ่งในหลาย ๆ ชาติที่ผ่านมาแล้วซึ่งก็มีศรัทธาที่จะได้ฟังคำจริง เป็นคำที่แสดงให้ได้เข้าใจความจริงของชีวิต เป็นปัจจัย ให้ทำความดี เว้นชั่ว เป็นการสะสมความเห็นถูกตามความเป็นจริง คือปัญญาต่อไปในภายหน้า
คนดีคนชั่ว
แต่ละคนเป็นแต่ละหนึ่ง ไม่เหมือนกันเลย คนที่มีความประพฤติที่ไม่ดี เป็นคนชั่ว ขาดความละอาย ขาดความเกรงกลัวต่อบาป ขาดเมตตาความเป็นมิตรเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เป็นต้น นั้น มีทุกยุคทุกสมัย ไม่ใช่เฉพาะในสมัยนี้เท่านั้น เมื่อกล่าวโดยสภาพธรรมแล้ว ก็เป็นแต่ธรรม คือ อกุศลธรรม เกิดขึ้นเป็นไปเท่านั้น ไม่มีสัตว์ ไม่มีบุคคล ไม่มีตัวตน, คนที่เป็นคนดี มีความประพฤติที่ดีงาม คิดดี ทำดี และพูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ก็มีทุกยุคทุกสมัยเช่นเดียวกัน เมื่อว่าโดยสภาพธรรมแล้ว ก็ได้แก่ ธรรมฝ่ายดี คือ กุศลธรรมเกิดขึ้นเป็นไป ไม่มีสัตว์ ไม่มีบุคคล ไม่มีตัวตน เราไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงคนทั้งโลกให้มีความประพฤติที่ดีงามเหมือนกันทั้งหมดได้ เพราะย่อมขึ้นอยู่กับการสะสมของแต่ละบุคคล
สิ่งที่จะเป็นประโยชน์สำหรับแต่ละคน คือ ถึงแม้จะมีอกุศลมากมาย เกิดขึ้นเป็นไปในชีวิตประจำวัน แต่ถ้าได้เริ่มเห็นโทษของอกุศลขึ้นมาบ้าง จากการได้ฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ก็ย่อมจะดีกว่าที่เป็นอกุศลแล้ว ไม่เห็นโทษ และ ไม่ยอมถอยกลับจากอกุศลเลย ที่จะเป็นผู้เห็นโทษของอกุศลและถอยกลับจากอกุศลได้ ต้องเป็นผู้ได้ฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปตามลำดับ อกุศลที่สะสมมาอย่างเนิ่นนานในสังสารวัฏฏ์ สะสมท่วมทับอย่างมากมาย จะค่อยๆ ละคลายให้เบาบางลงจนกระทั่งสามารถดับได้อย่างหมดสิ้นไม่มีเหลือเลย นั้น ก็ต้องด้วยปัญญา
บุคคลที่เป็นคนดี นั้น เป็นผู้ยังประโยชน์ของตน และยังประโยชน์ของสังคมส่วนรวมให้สำเร็จ เป็นผู้กระทำในสิ่งที่ดีงาม เป็นผู้มีจิตใจประกอบด้วยธรรมฝ่ายดี มีความละอาย มีความเกรงกลัวต่อบาป มีสติระลึกเป็นไปในความดีประการต่างๆ และที่สำคัญ มีปัญญาที่เข้าใจถูกเห็นถูกในธรรม ตามความเป็นจริง จึงทำความดีประการต่างๆ ทั้งในเรื่องของทาน การให้การสละแบ่งปันสิ่งที่มีประโยชน์เพื่อประโยชน์สุขของคนอื่น การช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น การงดเว้นจากการกระทำในสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลาย และสะสมความดีที่ประเสริฐ คือ การฟังพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง เมื่อเป็นเช่นนี้ กรรมอันดี กรรมอันงาม กรรมอันเจริญ ซึ่งเป็นกรรมที่นำมาซึ่งประโยชน์สุขทั้งแก่ตนและแก่สังคมส่วนรวมนั้น คนดีทั้งหลาย ย่อมกระทำได้ง่าย คือ เป็นผู้สามารถที่จะกระทำได้ง่าย เพราะสะสมมาที่จะน้อมไปในทางที่ดีอยู่เสมอ ส่วนกรรมดีดังกล่าวนั้น คนชั่วย่อมทำได้ยาก คือ ไม่สามารถที่จะกระทำได้ เพราะไม่เห็นโทษของอกุศล ไม่เห็นคุณของกุศลและความชั่วทั้งหลาย ซึ่งเป็นกรรมไม่ดี นำมาซึ่งความพินาศเดือดร้อนทั้งแก่ตน และแก่สังคมส่วนรวม ย่อมเป็นสิ่งที่คนชั่วทำได้ง่ายมาก เคยชินต่อการที่จะเป็นคนชั่ว ส่วนผู้ที่เป็นคนดี ย่อมทำกรรมชั่วดังกล่าวได้ยาก เพราะคนดี ย่อมไม่ยินดีในการทำความชั่ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่เป็นพระอริยบุคคลในแต่ละขั้น นั้น ท่านสามารถละกิเลส ได้ตามลำดับ กิเลสใดๆ ที่ดับได้แล้ว จะไม่เกิดอีกในสังสารวัฏฏ์
พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง จึงเป็นเครื่องอุปการะเกื้อกูลแก่ผู้ที่ได้ฟัง ได้ศึกษา อย่างแท้จริง เพื่อความเป็นผู้มีความประพฤติที่ดีงาม ทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ ให้รู้จักทำในสิ่งที่ควรทำ เว้นในสิ่งที่ควรเว้น ซึ่งจะเป็นเครื่องนำทางที่ดีในการดำเนินชีวิตของแต่ละบุคคล ทำให้เป็นคนคนดี เป็นเป็นสาธุชนที่แท้จริง และผลของการอบรมเจริญปัญญาสูงสุด คือ สามารถดับกิเลสได้อย่างหมดสิ้น ก็จะเห็นความน่าอัศจรรย์ของปัญญาได้ว่า สามารถดับกิเลสได้จนหมดสิ้นจากใจ เพราะฉะนั้นแล้ว ภาระหน้าที่ที่สำคัญที่สุดในชีวิต คือ สะสมความดีและฟังพระธรรมให้เข้าใจ สะสมเป็นที่พึ่งให้กับตนเองต่อไป เพราะการเดินทางในสังสารวัฏฏ์ยังอีกยาวไกลมาก ความดีและความเข้าใจพระธรรมเท่านั้นที่จะเป็นที่พึ่งได้อย่างแท้จริง.