Home » อธิศีลสิกขา

อธิศีลสิกขา

( Somboon )

by Pakawa

หากไม่มีปัญญา ความเข้าใจเป็นเบื้องต้นแล้ว ศีลนั้น ก็ไม่ใช่อธิศีล สมาธิสมถภาวนา ก็ไม่ใช่อธิจิต ที่เป็นไปในการดับกิเลส เพราะฉะนั้น ปัญญาจึงเป็นเรื่องสำคัญ

อธิศีลสิกขา

อธิศีลสิกขา สภาพที่พึงศึกษาคือศีลอันยิ่งใหญ่ หมายถึง ความสำรวมอินทรีย์ในทวารทั้ง ๖ ในขณะที่สติปัฏฐานหรือวิปัสสนาญาณเกิด เป็นความรู้สึกตัวและสังวรอันยิ่งอย่างละเอียด ก่อนที่อกุศลจิตจะมีกำลังจนทำให้ก้าวล่วงออกมาทางกายหรือทางวาจา และขณะนั้นไม่ได้มีความยึดถือว่า ศีลของเราหรือเป็นเราที่มีศีล
ศีล มีหลายอย่าง หลายระดับ ทั้งศีลที่เรามักเข้าใจกันทั่วไป คือการงดเว้นจากการทำบาป ทางกาย วาจา เป็นต้น แต่มีศีลที่ละเอียดยิ่งไปกว่านั้น ที่เป็นศีล ที่เรียกว่า อธิศีล อันเป็นศีลที่เกิดพร้อมกับ สมาธิและปัญญา
เมื่อพูดถึงหนทางการดับกิเลส จะใช้คำว่า การอบรมไตรสิกขา คืออธิศีลสิกขา อธิจิตสิกขา และ อธิปัญญาสิกขา ดังนั้นศีลโดยทั่วไป ที่งดเว้นจากบาป ศาสนาอื่นๆ ก็มีแต่ไม่ใช่หนทางที่จะดับกิเลส ไม่ใช่ อธิศีลสิกขา สมาธิ ที่เป็นการเจริญสมถภาวนาจนได้ฌาน แม้ก่อนพุทธศาสนาจะบังเกิดขึ้น ก็มีการเจริญสมถภาวนา แต่ สมาธินั้นไม่ใช่ อธิจิตสิกขา ส่วนปัญญาที่จะเป็นไตรสิกขา อันเป็นหนทางการดับกิเลส ก็จะต้องเป็นปัญญาระดับวิปัสสนาภาวนา ดังนั้นเมื่อว่าโดยความละเอียดแล้ว ไม่ได้หมายความว่าการจะเจริญหนทางการดับกิเลส ที่เรียกว่าไตรสิกขา จะต้องรักษาศีลก่อน แล้วค่อยอบรมสมาธิ และจึงจะไปเจริญวิปัสสนาได้ที่เป็นปัญญา ต้องเข้าใจพื้นฐานก่อนว่า จิตเมื่อเกิดขึ้น จะมีเจตสิกเกิดร่วมด้วยหลายอย่าง แม้ขณะที่เป็นสติปัฏฐานหรือวิปัสสนา ขณะนั้นก็เป็นจิตที่เป็นกุศลประกอบด้วยปัญญา มีเจตสิกเกิดร่วมด้วยหลายอย่าง ขณะที่ สติปัฏฐานเกิด ขณะนั้นมี สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ (ทั้ง ๓ นี้เป็นอธิปัญญา) และมีสัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ (เป็นอธิจิต คือสมาธิ) มีเอกัคคตาเจตสิกที่เกิดพร้อมกับ สติปัฏฐาน ที่เป็นองค์ของสมาธิด้วย และมีศีลด้วยในขณะที่สติปัฏฐานเกิด คืออินทรียสังวรศีล ศีลที่เป็นการสำรวมทางตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ ในขณะนั้น เป็นอธิศีล หรือ สัมมากัมมันตะ และสัมมาอาชีวะ ซึ่งเป็นอธิศีล ก็เกิดพร้อมกับ สมาธิและปัญญาในขณะที่อริยมรรคเกิด
ดังนั้น มีศีล สมาธิ ปัญญา เกิดพร้อมกัน ในการอบรมเจริญวิปัสสนา ในขณะที่สติปัฏฐานเกิด และ ขณะมรรคจิตเกิด แสดงให้เห็นถึงความละเอียดของธรรมและความละเอียดลึกซึ้งของหนทางการดับกิเลส
ที่สำคัญ หากไม่มีปัญญา ความเข้าใจเป็นเบื้องต้นแล้ว ศีลนั้น ก็ไม่ใช่อธิศีลที่เป็นไปในการดับกิเลส สมาธิสมถภาวนา ก็ไม่ใช่อธิจิต ที่เป็นไปในการดับกิเลส เพราะฉะนั้น ปัญญาจึงเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น จึงจะต้องเริ่มจากการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมให้เข้าใจ จนเป็นปัจจัยให้สติปัฏฐาน หรือ วิปัสสนาภาวนาเกิด ขณะนั้นก็มี ศีล สมาธิ ปัญญา ที่เป็นไตรสิกขาในขณะนั้นแล้ว โดยไม่ต้องไปทำศีลก่อน เรียงลำดับเลย เพราะฉะนั้น ปัญญา จึงเป็นธรรมที่มีอุปการะมากต่อการดำเนินหนทางการดับกิเลส มีศีล มีสมาธิ แต่ไม่มีปัญญาได้ แต่เมื่อมีปัญญาขั้นวิปัสสนา ก็มีศีล มีสมาธิด้วย
พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง เป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ผู้ที่ได้ฟังได้ศึกษาโดยตลอด ทุกคำเป็นคำจริง เป็นคำอนุเคราะห์ให้ได้มีความเข้าใจถูกเห็นถูกในธรรมตามความเป็นจริง แม้แต่อธิศีล มีจริงๆ เกิดเพราะเหตุปัจจัย คือ ขณะที่มีการระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริงว่า เป็นธรรมไม่ใช่เรา เป็นการสังวรสำรวมระวังอย่างยิ่งซึ่งเมื่อเกิดก็พร้อมด้วยอธิจิต คือสมาธิ และอธิปัญญา ความเข้าใจถูกเห็นถูก ไม่พ้นไปจากหนทางแห่งการอบรมเจริญปัญญาเลย และไม่ได้จำกัดเฉพาะเพศหนึ่งเพศใดโดยเฉพาะ เพราะเหตุว่า ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่ดำเนินตามหนทางอันประเสริฐ คือหนทางแห่งการอบรมเจริญปัญญา ประโยชน์ย่อมเกิดมีแก่ผู้นั้น ตั้งแต่ขั้นต้นจนถึงสามารถดับกิเลสได้ ตามลำดับ การศึกษาอบรมเจริญปัญญา ควรเป็นไปตามลำดับ ที่ขาดไม่ได้เลยนั้น คือการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมให้เข้าใจ.

You may also like

Leave a Comment

-
00:00
00:00
Update Required Flash plugin
-
00:00
00:00