ศีล คือ ปกติ … ปกติของจิต
สมาธิ คือ นิ่ง สงบ จึงไปสู่การตั้งมั่นที่มีกำลัง หลุดพ้นจากการหลับใหล
ทำให้ตื่นรู้ “ตระหนักรู้” – ตระหนักเห็นถึงความจริง เข้าถึงความจริงด้วยปัญญาที่ไม่มีความคิดเข้ามาเจือปน
เพราะความคิดมักใช้เหตุผล ตรรกะทางโลก…จึงทำให้ไม่เห็นความจริงที่แท้ ไม่เห็นสภาวะจริงตามธรรมชาติที่มันเกิด
ปัญญา คือ เห็นตามความจริง** เห็นสภาวะธรมที่แสดงอยู่ตรงหน้า ที่ไม่มีการปรุงแต่งจากความคิด
เมื่อนิ่งก็จะเห็นตามความจริง(สัมมาทิฎฐิ) เห็นกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงของมัน เห็นไตรลักษณ์ที่แสดงของมัน >> เป็นปัญญาญาน (ญานที่หยั่งรู้ความจริง)
** ความจริงนั้น ใช้ความคิดไปนึกเอาไม่ได้
ไม่ต้องใช้ตรรกะมาอ้างหรือมาโต้เถียงกัน… คือเห็นมันด้วยใจ ใจที่ว่าง
ว่าง แปลว่า ไม่มีสูง-ต่ำ ซ้าย-ขวา ถูก-ผิด = เป็นกลาง (มัชฌิมา)
…. วีระ วศินวรรธนะ
คนที่เข้มแข็งที่สุด…มักอ่อนโยน
คนที่ฉลาดที่สุด…มักเงียบ
คนที่รวยที่สุด…มักเรียบง่าย
คนที่มีความสุขที่สุด…มักมีชีวิตแบบธรรมดา
พลังที่แท้จริง ไม่ต้องพยายามพิสูจน์อะไร…ให้ใครเห็นเลย
รองเท้าที่ดี อาจไม่ใช่คู่แพง แบรนด์แนม
อาจจะเป็นแค่คู่ธรรมดาที่ใส่แล้วพอดี และรู้สึกสบาย
พาเราเดินไปทุกที่ ไม่ว่าจะฝนตกหรือแดดออก
เหมือนกับการเลือกคนที่ดี ให้มาเป็นคู่ชีวิต
อาจไม่ใช่คนหล่อ รวย เลิศหรูอะไร แค่เป็นคนธรรมดา
แต่พิเศษสำหรับเรา อยู่ด้วยแล้วสบายใจและพร้อมจะจับมือ
ก้าวข้ามผ่านทุกเรื่อง ทั้งทุกข์และสุขไปด้วยกัน
ในสังคมที่มีแต่พลังลบ จากสิ่งแวดล้อม จากความคิด
จากคำพูด จากอารมณ์ จากผู้คน และจากเรื่องราวต่าง ๆ
สิ่งที่จะเป็นเกราะป้องกันให้กับตนเอง คนรอบตัว รวมถึงสังคมเล็ก ๆ
ในทุก ๆ ที่ที่เราอยู่ ก็คือ “พลังบวก”
พลังบวกเริ่มต้นจากตัวเราเอง เริ่มจากพลังของความคิดและทัศนคติของเรา
ไม่ใช่ต้องมองโลกในแง่ดี แต่มองโลกอย่างยอมรับและเข้าใจความเป็นจริงมากขึ้น
สิ่งดีและร้าย ล้วนเป็นธรรมดา ล้วนเป็นกรรม หมายถึงผลอันเกิดจากเหตุแห่งการกระทำ
เมื่อยอมรับและเข้าใจ ใจของเราก็จะไม่สร้างพลังลบ
มีพลังบวกที่จะยอมรับและเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
เมื่อใจยอมรับและเข้มแข็ง เห็นความไม่เที่ยงในสิ่งต่าง ๆ
ใจจะไม่คิดลบ ไม่คิดร้าย ไม่ยึดติด
วจีและการกระทำต่อตนเอง ต่อผู้อื่น ต่อสังคมและต่อโลก
ก็จะกลายเป็นบวก หรือเป็นกลาง และไม่เอนเอียงไปทางลบ
ใครที่อยู่ใกล้ ใครที่พร้อมเปิดใจก็จะได้รับพลังบวกจากเรา
เพื่อไปปรับสมดุลกับพลังลบที่พบเจอในชีวิต
* พลังบวก เริ่มต้นที่ตัวเราเองนี่แหละ
.
𝐶𝑟𝑒𝑑𝑖𝑡 : 𝐵𝑜𝑑𝘩𝑖𝑠𝑎𝑡 𝐻𝑒𝑎𝑟𝑡
