การจะฝึกจิต จากที่เป็นอกุศล ตกไปในฝักฝ่ายของอกุศล บ่อยๆ เนืองๆ ให้ลดน้อยลง เริ่มเป็นกุศลที่เพิ่มขึ้นในชีวิตประจำวัน ได้นั้น สิ่งสำคัญที่สุดต้องอาศัยการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม สะสมปัญญา ความเข้าใจถูก เห็นถูกไปตามลำดับ
ฝึกจิต
จิตเป็นสภาพธรรมที่เป็นใหญ่เป็นประธานในการรู้แจ้งอารมณ์ จิตมีหลากหลาย ตามเจตสิกที่เกิดร่วมด้วย เจตสิกปรุงแต่งให้จิต เป็นอกุศลจิตก็มี ปรุงแต่งให้จิตเป็นกุศลจิตก็มี ซึ่งเป็นธรรมที่เกิดเพราะเหตุปัจจัย อกุศลเจตสิก เช่น โมหะ (ความไม่รู้) อหิริกะ (ความไม่ละอายต่อบาป) อโนตตัปปะ (ความไม่เกรงกลัวต่อบาป) อุทธัจจะ (ความฟุ้งซ่าน ไม่สงบ) เป็นต้น เกิดกับจิตใด ก็ปรุงแต่งให้จิตนั้นเป็นอกุศลจิต ในทางตรงกันข้าม ถ้าเจตสิกฝ่ายดี มี ศรัทธา (ความผ่องใส) สติ (ความระลึกเป็นไปในกุศล) หิริ (ความละอายต่อบาป) โอตตัปปะ (ความเกรงกลัวบาป) อโลภะ (ความไม่ติดข้อง) เป็นต้น เกิดกับจิตใดก็ปรุงแต่งให้จิตขณะนั้น เป็นจิตที่ดีงาม
การฝึกจิต เริ่มจากการฟังการศึกษาพระธรรมให้เข้าใจ เมื่อปัญญาเจริญขึ้น ปัญญานั้นเองจะทำหน้าที่ให้กุศลธรรมประการต่างๆ เจริญขึ้น ทีละน้อย ก็จะเป็นผู้ศีลมากขึ้น ได้ความสงบแห่งจิต มีเมตตา เพิ่มขึ้นเป็นต้น และเกิดความรู้ความเข้าใจ ในสภาพธรรมในขณะนี้ ที่กำลังปรากฎว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา ซึ่งเป็นการเจริญวิปัสสนา เกิดขึ้น จนถึงการดับกิเลสในที่สุด แต่ต้องใช้ระยะเวลายาวนาน นั่นคือ เริ่มจากการฟังพระรรม ศึกษาพระธรรมไปเรื่อยๆ ปัญญาที่เจริญขึ้น จะทำหน้าที่ปรุงแต่งให้ปฏิบัติไปตามลำดับเอง
การจะฝึกจิต จากที่เป็นอกุศล ตกไปในฝักฝ่ายของอกุศล บ่อยๆ เนืองๆ ให้ลดน้อยลง เริ่มเป็นกุศลที่เพิ่มขึ้นในชีวิตประจำวัน ได้นั้น สิ่งสำคัญที่สุดต้องอาศัยการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม สะสมปัญญา ความเข้าใจถูก เห็นถูกไปตามลำดับ เพราะเหตุว่าเมื่อปัญญาเจริญขึ้นไป ย่อมจะช่วยบรรเทาอกุศลจิตให้ลดน้อยลงได้ และที่สำคัญ ปัญญานี้เองจะสามารถดับกิเลสได้ตามลำดับขั้น สูงสุดคือ ปัญญาขั้นที่เกิดกับอรหัตตมรรค ดับกิเลสทั้งปวงได้อย่างเด็ดขาดไม่เกิดอีกเลย
การฟังพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงเพื่อประโยชน์ คือ เข้าใจถูกเห็นถูกตามความเป็นจริง เพื่อละอกุศลทั้งหลาย จนกระทั่งไม่สามารถเกิดได้อีกเลย นี่คือพระมหากรุณาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีต่อสัตว์โลก พระบารมีทั้งหมดที่พระองค์ทรงบำเพ็ญมาตลอดระยะเวลา สี่อสงไขยแสนกัปป์ ก็เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์โลกอย่างแท้จริง พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงตลอด ๔๕ พรรษา จึงเป็นเครื่องฝึกที่ดี เพราะทำให้ผู้ที่ได้รับการฝึก มีความเข้าใจถูก เห็นถูกตามความเป็นจริง ในสิ่งที่พระองค์ทรงแสดง และสามารถดับกิเลสได้ตามลำดับขั้น.
