Home » ธรรมคือสิ่งที่มีจริง

ธรรมคือสิ่งที่มีจริง

( Somboon )

by Pakawa

ธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสรู้ และทรงแสดงนั้น เป็นสิ่งที่มีจริงทั้งหมด และสิ่งที่มีจริง ก็ไม่พ้นไปจากสภาพธรรมที่มีจริงในชีวิตประจำวัน มีเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น คิดนึก กุศล อกุศล เป็นต้น ทั้งหมดเป็นสภาพธรรมที่มีจริง เกิดขึ้นด้วยเหตุปัจจัย แล้วดับไป ไม่ใช่เรา ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล ไม่ใช่ตัวตน

ธรรมคือสิ่งที่มีจริง

ถ้าถามว่า “ธรรมคืออะไร” ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างตอบ แต่ถ้าจะถามว่าขณะนี้ความจริงคืออะไร หรือว่าความจริงของชีวิต เพราะเหตุว่าทุกคนเกิดมาแล้วมีชีวิตแน่นอน ที่นั่งอยู่ที่นี่ แล้วแต่ว่าชีวิตในวันหนึ่งๆ ซึ่งเป็นความจริงของทุกคน คืออะไร
     ธรรมคือสิ่งที่มีจริง ทุกอย่างที่มีจริงเป็นธรรมทั้งหมด แต่ก่อนที่จะได้ฟังพระธรรมทุกคนก็เห็น ทุกคนก็ได้ยิน เป็นชีวิตประจำวันจริงๆ แต่ว่าเป็นเรา ไม่คุ้นเคยกับการที่จะเข้าใจว่า ที่เข้าใจว่าเป็นเรา หรือว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่มีจริงก็คือธรรม
     ต่อไปนี้เราก็คงจะได้ความเข้าใจความหมายของคำว่าธรรม ว่า ธรรมหมายความถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่มีจริง ซึ่งอาจจะไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า เห็นก็เป็นธรรม เสียใจ ดีใจ ในวันหนึ่งๆ ก็มี ความรู้สึกเสียใจมีจริงก็เป็นธรรม เสียงมีจริง เสียงเป็นธรรม กลิ่นมีจริง ก็เป็นธรรม รวมความว่าทุกอย่างที่มีจริงเป็นธรรม พระผู้มีพระภาคทรงตรัสรู้ธรรม คือ รู้แจ้งความจริงของสภาพที่มีจริงๆ ที่ปรากฏกับทุกคนในชีวิตประจำวันซึ่งสามารถที่จะพิสูจน์ได้ทุกขณะ เช่น ขณะนี้เป็นธรรมขณะที่เห็น มีธรรมไหม เคยขาดธรรมบ้างไหม ตั้งแต่เกิดมาขาดธรรมได้หรือเปล่า
     บางท่านก็พยายามไปแสวงหาธรรม แต่ถ้าเข้าใจว่าธรรมคืออะไร คือ เดี๋ยวนี้ ทุกอย่างที่มีจริง เพียงลืมตาตื่นก็พบธรรมแล้ว เพียงแต่ว่ายังไม่เข้าใจความลึกซึ้ง ความจริงของธรรม ซึ่งจากการตรัสรู้ของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงว่า ธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา หมายความว่าไม่ใช่เรา ไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล แต่เป็นสิ่งที่มีจริงแต่ละอย่าง มีลักษณะเฉพาะแต่ละอย่างจริงๆ
ถ้าไม่เข้าใจถูกในเบื้องต้น ในคำว่า ธรรม ก็จะทำให้เข้าใจผิด ตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง และย่อมไม่เข้าถึงตัวธรรมคือ ไม่รู้ตัวจริงของสภาพธรรมในขณะนี้ว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา เพราะ ไม่เข้าใจเบื้องต้นจริง ๆ ที่เป็นสัจจะว่า ธรรมะคืออะไร
  ธรรมะ คือ สิ่งที่มีจริงๆในขณะนี้ ไม่ว่าจะได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส รู้สิ่งที่กระทบสัมผัสทางกาย คิดนึก กุศล อกุศล ล้วนมีจริงๆในขณะนี้ซึ่งเป็นธรรมที่เกิดเพราะเหตุปัจจัย ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้น ไม่มีเราที่แทรกอยู่ในสภาพธรรมนั้นๆได้เลย
การศึกษาพระธรรม ด้วยความละเอียดรอบคอบ ย่อมเกื้อกูลต่อความเห็นถูกและความเจริญขึ้นของปัญญา สิ่งที่มีจริงๆเป็นธรรม คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นไปเพื่อความเข้าใจสิ่งที่มีจริงๆ ก็เป็นธรรม ดังนั้น จึงสำคัญอยู่ที่ความเข้าใจถูกเห็นถูก เพราะถ้าไม่ได้ฟังพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง แม้จะมีธรรมอยู่ทุกขณะ แต่ก็ไม่สามารถเข้าใจได้เลย ยังมากไปด้วยความไม่รู้และสะสมความไม่รู้ต่อไปอีกนานแสนนาน
  หนทางแห่งการอบรมเจริญปัญญา เป็นหนทางเดียวที่จะเป็นไปเพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกในสภาพธรรมที่มีจริงๆในขณะนี้ตามความเป็นจริง ซึ่งจะขาดการฟังพระธรรมศึกษาพระธรรมเป็นปกติในชีวิตประจำวันไม่ได้เลย ทีเดียว.

 

You may also like

Leave a Comment

-
00:00
00:00
Update Required Flash plugin
-
00:00
00:00