วัตถุทาน ก็เป็นเพียงการช่วยเหลือสงเคราะห์ให้เขาอยู่ต่อไปในสังสารวัฏฏ์ เวียนสุข เวียนทุกข์ ซึ่งไม่พ้นจากความลำบากได้โดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้น ธรรมทานจึงเป็นการสละความยึดมั่นในตัวตน โดยบำเพ็ญประโยชน์ขั้นสูงสุด เพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น
ทาน
พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง เป็นเครื่องอุปการะเกื้อกูลอย่างยิ่งในชีวิตประจำวัน ซึ่งควรอย่างยิ่งที่จะได้พิจารณาว่า ควรเจริญกุศลทุกประการ โดยที่อย่าเป็นผู้เว้นไม่เจริญกุศลประการหนึ่งประการใด ทั้งในเรื่องของทาน ศีล ความสงบของจิตจากอกุศล และการอบรมเจริญปัญญา ด้วย
ในเรื่องของทาน ก็มีทั้งวัตถุทานหรืออามิสทาน (ให้วัตถุสิ่งของ) อภัยทาน (ให้อภัย) และธรรมทาน (ให้ธรรม) ซึ่งก็ควรที่จะครบทั้ง ๓ ทาน เพราะเหตุว่าผู้ที่ควรแก่วัตถุทานก็มีมาก ไม่ใช่น้อยเลย และถ้าวันหนึ่งๆ ที่ทานกุศลไม่เกิด ไม่มีการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่มีกุศลจิตแม้ขั้นทาน แล้วก็จะให้ถึงการดับกิเลส ย่อมเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
สำหรับอภัยทานนั้น ไม่มีวัตถุสิ่งของที่จะให้ แต่ก็ควรพิจารณาว่า จะยากกว่าการสละวัตถุทานหรือไม่ เพราะเหตุว่าอภัยทาน เป็นการสละความเห็นแก่ตัว สละความรักตัวในการที่ไม่ให้อภัยในความผิดของคนอื่น หรือในความบกพร่องของคนอื่น ขณะที่ไม่อภัยให้บุคคลอื่น ขณะนั้นเป็นเพราะรักตัวเอง ที่ทำให้ไม่สามารถจะอภัยในความผิด หรือในความบกพร่องของคนอื่นได้ ลึกลงไปจริงๆ เป็นเพราะความรักตัว ความยึดมั่นในตัวตนนั่นเอง การสละความเห็นแก่ตัวขั้นอภัยทาน ทำให้สละความคิดร้าย สละความแค้นเคือง สละความผูกโกรธ สละความไม่หวังดี สละความไม่เป็นมิตร สละความไม่เกื้อกูล สละความไม่มีน้ำใจต่อคนอื่น
พระธรรม จึงเป็นเหมือนกระจกที่จะส่องใจของแต่ละบุคคล ให้รู้จักตัวเองตามความเป็นจริงอย่างชัดเจนว่า ตนเองมีทานขั้นไหน เพียงวัตถุทานหรือว่ามีอภัยทานด้วย เพราะบางคนอาจจะสละวัตถุง่ายมาก แต่อภัยทาน ให้ยาก เพราะฉะนั้น ก็ควรเห็น ความเห็นแก่ตัว ความยึดมั่นในตัวตน ความรักตัว ซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้ไม่อภัยในความผิด และความบกพร่องของคนอื่น ถ้าเห็นความบกพร่องของตัวเองว่าเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ น่ากลัว ก็ควรที่จะรีบอภัยให้ทันทีโดยไม่รีรอ และควรที่จะคิดต่อไปอีกว่า ผู้ที่ควรแก่การรับอภัยทานนั้น ไม่มีเว้นเลย ทั้งคนดีและคนชั่ว ถ้ายังเป็นในลักษณะที่ว่าคนนี้อภัยให้ได้ คนนั้นอภัยให้ไม่ได้ ก็เป็นเรื่องของอกุศลทั้งนั้น ต้องเสมอกันทุกคน ทั้งคนดีและคนชั่ว บางคนอาจจะอภัยให้เฉพาะคนดีเพราะเหตุว่าเขาดี ก็อภัยให้ แต่คนชั่วไม่อภัย อย่างนี้ยังไม่ถูกต้อง
สำหรับผู้ที่เข้าใจธรรม เห็นประโยชน์ของพระธรรม ก็กล่าวพระธรรม แสดงพระธรรมตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง เพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น ก็เป็นธรรมทาน หมายถึง การให้ธรรม การให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับธรรม ธรรมทาน เป็นการสละความเห็นแก่ตัวขั้นสูง เพราะเหตุว่ากุศลทั้งหลายจะเจริญขึ้นได้ก็เพราะธรรมทาน แม้ว่าจะมีวัตถุทานสักเท่าไร ก็ไม่พอที่จะเกื้อกูลคนที่ยากไร้ ที่ควรแก่จะรับวัตถุทาน การสงเคราะห์ ช่วยเหลือบุคคลอื่น ด้วยวัตถุทาน ก็เป็นเพียงการช่วยเหลือสงเคราะห์ให้เขาอยู่ต่อไปในสังสารวัฏฏ์ เวียนสุข เวียนทุกข์ ซึ่งไม่พ้นจากความลำบากยากไร้ได้โดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้น ธรรมทานจึงเป็นการสละความเห็นแก่ตัว สละความยึดมั่นในตัวตน โดยบำเพ็ญประโยชน์ขั้นสูงสุดเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น
บุคคลผู้ที่จะเกื้อกูลผู้อื่นในทางธรรม ต้องเป็นผู้ที่ศึกษาพระธรรม พิจารณาพระธรรม เข้าใจพระธรรม จึงเผยแพร่พระธรรมตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ช่วยเหลือบุคคลอื่นให้เข้าใจพระธรรม โดยทางหนึ่งทางใด ไม่ว่าจะเป็นโดยการสนทนาธรรม แสดงธรรม ตลอดจนถึงการสงเคราะห์ช่วยเหลือ ในเรื่องที่จะเป็นไปเพื่อความเข้าใจพระธรรมทั้งหมด ก็เป็นธรรมทาน และพร้อมกันนั้น ก็จะต้องเป็นผู้ที่น้อมประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมด้วย ไม่ใช่เพียงแต่เป็นผู้ที่จะให้ธรรมเป็นทาน เท่านั้น.
