Home » การอบรมเจริญปัญญา

การอบรมเจริญปัญญา

( Somboon )

by Pakawa

สิ่งที่ควรเจริญในชาตินี้ก็คือ ปัญญา เพราะเหตุว่า สิ่งอื่นไม่สามารถจะติดตามไปได้ ทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่มีอยู่ ก็ติดตามไปไม่ได้ แต่ปัญญา ความเข้าใจพระธรรม จากชาติหนึ่งไปอีกชาติหนึ่ง ก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้น

การอบรมเจริญปัญญา

เรื่องของการอบรมเจริญปัญญาไม่ใช่เรื่องทำขึ้น แต่สภาพธรรมขณะนี้มีแล้วรู้ความจริงของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ ถ้าไปทำสิ่งอื่นมารู้ จะไม่มีสิ่งที่กำลังปรากฏในขณะนี้ เพราะว่าจริงๆแล้วไม่มีคนเลย มีแต่เพียงสภาพธรรม ฉะนั้น เวลานี้ทุกคนรู้สึกเหมือนมีโลก แล้วก็กำลังอยู่ในโลก แต่ถ้ารู้ความจริงแล้ว จะรู้ว่าที่โลกปรากฏเพราะจิตเกิดขึ้นเพียงชั่วขณะเดียวอย่างโลกทางตา ปรากฏแล้วก็ดับไป ขณะที่เสียงปรากฏ เป็นโลกทางหูโลกทางตาดับไปแล้ว ไม่เหลือเลย แล้วมีแต่เฉพาะเสียงที่ปรากฏทางหูแล้วก็ดับไป
      ฉะนั้นที่เคยยึดมั่นว่าเป็นเราตั้งแต่ศรีษะตลอดเท้า เป็นแต่เพียงเหมือนฝุ่นละเอียดๆ ซึ่งมีอากาศธาตุแทรกคั่นอยู่ พร้อมที่จะกระจัดกระจายหมดสิ้นไปทุกขณะ ในขณะที่มีจิตเห็นเกิดขึ้นบ้าง จิตได้ยินเกิดขึ้นบ้าง แต่จิตเห็นก็ไม่เที่ยงจิตได้ยินก็ไม่เที่ยง ฉะนั้นจิตเห็นเมื่อกี้นี้ก็ดับไปแล้ว จิตได้ยินในขณะนี้ได้ยินแล้วก็ดับไปด้วย แท้ที่จริงแล้วไม่มีใครเลย ในขณะที่รู้ความจริงอย่างนี้ ผู้นั้นก็จะรู้ได้ว่า คนอื่นก็ไม่มี ฉะนั้นในขณะที่กำลังคิดถึงจิตคนอื่นขณะนั้น แท้จริงแล้วเป็นจิตของบุคคลนั้นเอง ที่กำลังคิดเรื่องคนอื่นเท่านั้นถ้าเรื่องที่เป็นจริง ก็คือว่ารู้ลักษณะของสภาพธรรมตามปกติตามความเป็นจริง แล้วก็รู้ว่าไม่มีสัตว์ ไม่มีบุคคล ไม่มีตัวตน
การที่จะเป็นผู้มีความเข้าใจถูกเห็นถูกตรงตามความเป็นจริงของธรรม ก็ต้องมาจากการได้ฟัง ได้ศึกษาพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ความละเอียดของพระธรรม ต้องมาจากคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่พระองค์ทรงตรัสรู้แล้วทรงแสดงธรรมเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ซึ่งสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ จากการได้เห็นประโยชน์ของพระธรรม ของพระอริยเจ้าทั้งหลายที่ดำรงรักษาไว้ซึ่งพระธรรมคำสอนเพื่อประโยชน์แก่ชนรุ่นหลังๆ พระธรรมเป็นเรื่องยาก จึงต้องค่อยๆ ฟัง ค่อยๆ ศึกษาไตร่ตรองในเหตุในผลของธรรม ไปตามลำดับ เข้าใจตามกำลังปัญญาของตนเอง แค่ไหนก็แค่นั้น ขอเพียงมีความจริงใจที่จะศึกษา เพราะธรรมที่พระองค์ทรงแสดง เป็นวาจาสัจจ เป็นคำจริงทุกคำ และที่สำคัญทุกคำในพระไตรปิฎก เป็นไปเพื่อปัญญา เป็นเรื่องของปัญญาโดยตลอด ซึ่งผู้ศึกษาจะต้องเป็นผู้ตรงต่อตนเอง ว่าศึกษาเพื่ออะไร เพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูก เพื่อขัดเกลากิเลส เพื่อละคลายความไม่รู้ ละคลายความเห็นผิด เป็นต้น ซึ่งเป็นกิเลสที่แต่ละคนสะสมมาอย่างยาวนานในสังสารวัฏฏ์ ไม่ใช่เพื่ออย่างอื่นเลย

You may also like

Leave a Comment

-
00:00
00:00
Update Required Flash plugin
-
00:00
00:00