Home » มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง

มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง

( Somboon )

by Pakawa

บูชาพระรัตนตรัย ด้วยความเข้าใจธรรม ศึกษาธรรม แล้วก็ช่วยให้คนอื่นได้มีความเข้าใจที่ถูกต้องด้วย ทุกครั้งที่กล่าวคำจริง เพื่อหวังประโยชน์ให้คนอื่นได้เข้าใจถูกต้อง เป็นการบูชาพระรัตนตร

มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง

พระรัตนตรัย หมายถึง รัตนะที่ประเสริฐ ๓ ประการ คือ พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรม และพระอริยสงฆ์ การมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งไม่ใช่เพียงท่องหรือพูดตามเท่านั้นว่า ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระอริยสงฆ์ เป็นที่พึ่ง โดยที่ไม่มีความเข้าใจพระธรรมเลย
ในการมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง คือ ความเข้าใจพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง เพราะความเข้าใจถูกเห็นถูก เป็นปัญญาที่เกิดขึ้น ย่อมจะเข้าใจ และละกิเลส และมีที่พึ่ง คือได้อาศัยพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งจริงๆ อาศัยพระธรรม และพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง พึ่งเพื่อให้เกิดปัญญา ความเข้าใจของตนเองเป็นสำคัญ
ผู้ที่มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ในสมัยพุทธกาลโดยมากแล้ว เพราะได้ฟังพระธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดง จึงขอถึงพระรัตนรัยเป็นที่พึ่ง คือมีความเข้าใจพระธรรม เกิดปัญญา จึงเกิดความเลื่อมใส ขอถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ที่จะศึกษาอบรมปัญญาต่อไป โดยที่ไม่อาศัยพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งเพื่อเหตุอื่น มีการได้รับสิ่งที่ดี เป็นต้น
ส่วนผู้ที่ไม่เข้าถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง คือผู้ที่มีความเข้าใจพระธรรมผิด ไม่ถูกต้อง แม้จะกล่าวอยู่ แต่กล่าวในสิ่งที่ไม่รู้ เพราะเมื่อไม่เข้าใจธรรม ก็ไม่เห็นพระพุทธเจ้า คือเห็นด้วยปัญญา ก็ขอพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งผิดๆ ด้วยการขอ หรือสวดมนต์อ้อนวอนเพื่อให้ได้สิ่งที่ดี เพื่อให้แคล้วคลาดปลอดภัย ให้พระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง แต่ที่พึ่งที่แท้จริงก็คือ อาศัยพระรัตนตรัย ด้วยการศึกษาพระธรรม ปัญญาที่เจริญขึ้นจะเป็นที่พึ่งกับตนเองอย่างแท้จริง การมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง จึงขาดความเข้าใจพระธรรมไม่ได้เลย
ดังนั้น ที่พึ่งที่ทำให้ปลอดภัยจากกิเลส จากอกุศลกรรม คือความดีเป็นที่พึ่ง ที่จะทำให้ได้รับสิ่งที่ดีๆ ประการต่างๆ และพ้นจากความทุกข์ใจชั่วขณะนั้น และพ้นจากการเกิดในอบาย ตราบเท่าที่กรรมดีให้ผล แต่ความดีเท่าไหร่ก็ไม่พอ ตราบใดที่ไม่ใช่ความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพราะปัญญาเท่านั้น ที่จะเป็นธรรมที่ละกิเลส ละภัยประการต่างๆ ได้อย่างแท้จริง เพราะสามารถดับกิเลสได้จนหมดสิ้น ไม่มีการเกิดอีก ก็ไม่ต้องได้รับทุกข์ภัย และไม่ต้องแสวงหาที่พึ่งอีก เพราะพ้นภัยประการทั้งปวงแล้ว
ปัญญาจะมีได้อย่างไร หากไม่ได้ศึกษาพระธรรม ซึ่งพระธรรมที่ถูกต้องมีได้ เพราะอาศัยการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า และผู้ที่รู้ตาม คือพระอริยสาวกทั้งหลาย ดังนั้นการจะมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ก็เพราะมีปัญญา ความเข้าใจพระธรรมเป็นสำคัญ ไม่ใช่อาศัย พระพุทธเจ้าที่ปรินิพพานแล้วมาช่วย แต่เพราะอาศัยความเลื่อมใส ศรัทธาในพระองค์ ย่อมศึกษาพระธรรม เมื่อมีความเข้าใจพระธรรมอย่างถูกต้อง ขณะนั้นได้ที่พึ่ง คือปัญญาแล้ว พ้นจากอกุศล ชั่วขณะที่เป็นภัย และเมื่ออบรมปัญญาด้วยการฟังการศึกษาพระธรรมไปเรื่อยๆ ปัญญาที่เจริญขึ้น ย่อมทำให้ละ บรรเทาที่จะไม่ทำอกุศลกรรม อันจะนำมาซึ่งความเดือดร้อน และเป็นภัยที่ประสบพบกันอยู่เพราะความทุกข์กาย ความเดือดร้อนประการต่างๆ จะมีไม่ได้เลยหากไม่ได้ทำอกุศลกรรมไว้
เพราะฉะนั้น การถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ในที่นี้ ไม่ใช่พึ่งเพราะขาดความเข้าใจพระธรรม แต่เพราะอาศัยการศึกษาพระธรรม ปัญญาเจริญ จึงมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง และเพราะอาศัยที่พึ่ง คือ พระรัตนตรัย ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวง เพราะแม้พระพุทธเจ้าจะปรินิพพานแล้ว แต่เพราะอาศัยการระลึกถึงพระคุณของพระองค์ ย่อมเป็นที่พึ่งให้พ้นภัยจากอกุศล สงบจากิเลส และเพราะอาศัยการศึกษาพระธรรมของพระองค์ ปัญญาที่เจริญขึ้นย่อมสามารถทำให้ดับกิเลสพ้นจากทุกข์ และภัยทั้งปวง และเพราะอาศัยการระลึกถึงคุณของพระสงฆ์ที่มีคุณธรรม อันเกิดจากความเข้าใจพระธรรมของตน ขณะนั้นก็พ้นจากภัย คืออกุศลประการต่างๆ ในขณะนั้น
พระรัตนตรัย จึงเป็นรัตนที่ประเสริฐ ที่ทำให้สัตว์โลก ผู้ที่มีความเข้าใจพระธรรม มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง พ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้ เงินทอง พ้นจากทุกข์ได้ชั่วคราว แต่ไม่สามารถพ้นจากทุกข์อันเกิดจากกิเลส และพ้นทุกข์ คือการเกิดในสังสารวัฏฏ์ได้ ปัญญาได้จากการศึกษาพระธรรม ปัญญานั้นเป็นที่พึ่งอันประเสริฐ และทำให้ถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งได้อย่างถูกต้อง.

You may also like

Leave a Comment

-
00:00
00:00
Update Required Flash plugin
-
00:00
00:00