Home » เข้าใจทุกข์ชีวิตก็สุขขึ้น

เข้าใจทุกข์ชีวิตก็สุขขึ้น

( Somboon )

by Pakawa

เข้าใจทุกข์ชีวิตก็สุขขึ้น

ทุกคนไม่อยากจะมีความทุกข์ แต่เลือกไม่ได้ และความทุกข์จริงๆ ไม่ใช่ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น แต่ทางกาย เห็นอะไรแล้วเดือดร้อน ไม่ใช่เป็นความเจ็บปวด ป่วยไข้ ได้ยินเสียงอะไรแล้วเดือดร้อน ก็ไม่ใช่อีก ทุกคนเสมอกัน มีตา มีหูด้วยกัน และก็เห็นสิ่งเดียวกัน ได้ยินเหมือนกัน เพราะฉะนั้นสำคัญที่ใจ ถ้าขณะนั้นใจไม่เดือดร้อน ก็ไม่เป็นทุกข์
จริงๆให้ทราบว่า มีตา หู จมูก ลิ้น กาย สำหรับรู้สิ่งที่ปรากฏ แต่การสะสมที่มีอยู่ในใจ แล้วแต่ว่าขณะนั้นมีปัจจัยที่จะเป็นกุศลหรือเป็นอกุศล ถ้าไม่มีความเข้าใจธรรม ก็เป็นไปตามอกุศลที่ได้สะสมมา แต่ถ้าเริ่มมีความเข้าใจธรรม ความเข้าใจธรรมก็จะเข้าใจในขณะนั้นว่า ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชา แล้วอะไรจะเกิดขึ้น ไม่มีใครสามารถรู้ได้
     พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงตลอด ๔๕ พรรษานั้น แสดงให้เข้าใจสิ่งที่มีจริงที่กำลังปรากฏในขณะนี้ ตามความเป็นจริง ธรรม เป็นจริงอย่างไร ก็เป็นจริงอย่างนั้น มีลักษณะเฉพาะของตนๆ ไม่เปลี่ยนแปลงลักษณะเป็นอย่างอื่น และไม่มีใครจะไปเปลี่ยนแปลงลักษณะของสภาพธรรมแต่ละอย่างๆ ได้เลย
การเข้าใจธรรมจึงเป็นการเข้าใจถึงสัจจะความจริงของสภาพธรรมที่ปรากฏในขณะนี้ว่าไม่เที่ยง เป็นทุกข์และเป็นอนัตตา ไม่ใช่เรา เข้าใจถึงลักษณะของสภาพธรรรมที่เป็นลักษณะทั่วไปของทุกสภาพธรรม การเข้าใจอย่างนี้เพื่อไถ่ถอนความเห็นผิด ยึดถือว่า เป็นสัตว์ บุคคลตัวตน เพราะในความเป็นจริงไม่มีเรา มีแต่สภาพธรรรมที่เป็นนามธรรมและรูปธรรมที่กำลังปรากฎในขณะนี้
    การเข้าใจธรรรมก็เพื่อเข้าใจถึงตัวธรรมที่มีลักษณะให้รู้ ขณะนี้มีธรรม แต่ยังไม่รู้จักธรรมเพราะยังเห็นเป็นคน เป็นสัตว์ บุคคล คน สัตว์ บุคคล สิ่งต่างๆ ไม่ใช่ธรรม เพราะไม่ใช่สิ่งที่มีจริงเพราะไม่มีลักษณะให้รู้ การเข้าใจธรรมจึงไม่พ้นไปจากการเข้าใจลักษณะของสภาพธรรมที่มีจริงในขณะนี้นั่นเอง เข้าใจด้วยปัญญาว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา
      การจะรู้เข้าใจธรรมตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงจะต้องเริ่มจากการฟังให้เข้าใจ เข้าใจอะไร เข้าใจว่าธรรมคืออะไร เมื่อฟัง ความเข้าใจเพิ่มขึ้นหรือปัญญาเพิ่มขึ้น ขณะนั้นธรรมกำลังทำหน้าที่ปรุงแต่งให้เกิดสติและปัญญารู้ความจริง
เพราะฉะนั้นถ้ามีความเข้าใจเพิ่มขึ้นแล้วไม่หวั่นไหว เมื่อประสบกับสิ่งที่ดีและไม่ดี ขณะนั้นก็ต้องเป็นสุขมากกว่าคนที่อยากจะเห็น อยากจะได้ยิน แต่ในสิ่งที่ดี ๆ เมื่อพบกับสิ่งตรงข้าม ย่อมหวั่นไหวด้วยความทุกข์.

ธรรม ประจำวันนี้ จากพระไตรปิฎก

ความเจริญมี ๒ อย่าง คือ
๑.ความเจริญทางโลก
คือ การบริบูรณ์ด้วย ทรัพย์สมบัติ ยศ บริวาร ที่อยู่อาศัย
เครื่องอุปโภค เครื่องบริโภค

การมีการศึกษา การมีความรู้ การมีความเข้าใจในวิชาทางโลก
การมีอายุยืนยาว การมีผิวพรรณงดงาม การมีรูปร่าง ลักษณะดี

การมีความสุขทางกาย การมีความสุขทางใจ
การมีกำลัง การมีร่างกายที่แข็งแรง ยังมีอีก… เป็นต้น

๒.ความเจริญทางธรรม
คือ อันนี้ต้องสร้าง ต้องลงมือทำ การมีชีวิตอยู่ ด้วย กุศลต่างๆ มี ศีล สมาธิ ปัญญา

การเจริญด้วย ฌาน มรรค ผล นิพพาน
การเจริญด้วย การปริยัติธรรม คือการเรียนการฟัง การปฏิบัติธรรมคือการลงมือทำตามทีเรียนมา การปฏิเสธธรรมคือการตรวจดูผลหลังจากปฏิบัติตาม… เป็นต้น

อ่านแล้ว วกกลับมาดูตัวเอง ทำใจให้เป็นกลางก่อน แล้วถามตัวเองว่า
ความเจริญทางโลก ท่านได้อะไรมา
ความเจริญทางธรรม ท่านได้อะไรมา

You may also like

Leave a Comment

-
00:00
00:00
Update Required Flash plugin
-
00:00
00:00