ปฏิบัติธรรม

เมื่อยังมีความความเห็นว่าเป็นตัวตนที่จะไปปฏิบัติอยู่ ก็ควรจะสอบทานความเข้าใจให้ถูกตรงก่อน หากเริ่มต้นด้วยความมีตัวตน ก็ยากที่จะละความเห็นผิดที่เป็นมิจฉามรรค เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เราเป็นสาวก คือผู้ฟัง ควรฟังพระธรรมคำสอนก่อนที่จะไปทำสิ่งใดๆ

ปฏิบัติธรรม

     ปฏิบัติธรรม ไม่ใช่การไปทำอะไรด้วยความไม่รู้ ไม่ใช่การนั่งสมาธิ ถ้าไม่เข้าใจ ก็ปฏิบัติผิด ไม่ใช่หนทางที่จะทำให้ความเข้าใจถูกเห็นถูกเจริญขึ้นได้ เมื่อคนส่วนใหญ่ไม่รู้ความจริง จึงมีความประพฤติปฏิบัติที่ผิดตามความเห็นที่ผิด ปฏิบัติธรรมนั้น สำคัญคือความเข้าใจ และเป็นชีวิตปกติ
     จะเห็นได้จริง ๆ ถึงแม้ว่าจะมีคำว่า “ปฏิบัติธรรม” ปรากฏในคำสอนที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง แต่ถ้าไม่มีความเข้าใจอย่างถูกต้องแล้ว ก็ไม่ใช่การปฏิบัติธรรม แต่เป็นการปฏิบัติผิด ไม่เป็นไปเพื่อความเข้าใจขึ้นของปัญญา ในขณะที่ปฏิบัติผิดนั้น ก็เพิ่มพูนโลภะความติดข้องต้องการ และความเห็นผิดให้เพิ่มขึ้น แท้ที่จริงแล้ว การปฏิบัติธรรม เป็นการอบรมเจริญปัญญา เพื่อรู้สภาพธรรมที่ปรากฏ คือ รู้นามธรรมและรูปธรรมตามความเป็นจริง ซึ่งเริ่มต้นด้วยการศึกษาให้เข้าใจในสภาพธรรมที่เป็นปรมัตถธรรมโดยประเภทต่าง ๆ ว่าเป็นธรรมแต่ละอย่าง ๆ ที่ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล ไม่ใช่ตัวตน เมื่อมีความเข้าใจอย่างถูกต้องแล้ว ก็ย่อมเป็นเหตุปัจจัยให้ สติและปัญญาเกิดขึ้นทำกิจหน้าที่ สติและปัญญาเกิดขึ้น ระลึกรู้ตรงลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ เป็นการถึงเฉพาะลักษณะของสภาพธรรมที่มีจริง ตามความเป็นจริง โดยที่ไม่เลือกสถานที่ กาลเวลา และไม่มีการเจาะจงที่จะรู้สภาพธรรมหนึ่งสภาพธรรมใด ทั้งหมดล้วนเป็นธรรมที่เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้น
     การบรรลุธรรมไม่ได้อยู่ที่การนั่งสมาธิ แต่บรรลุได้ด้วยปัญญาเท่านั้น พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้อริยสัจจธรรม เมื่อทรงรู้หนทางที่ทรงตรัสรู้ ก็ทรงแสดงหนทางนั้น ไม่มีหนทางอื่น และหนทางนั้น ก็คือการอบรมเจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ หรือสติปัฏฐาน เพื่อให้สัตว์โลกจะได้รู้ตามความจริงนั้น ไม่ได้ทรงให้ไปนั่งสมาธิเลย สิ่งที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ความจริง คือสิ่งที่ควรรู้ยิ่ง ทรงแสดงความจริงนั้น สิ่งที่ควรรู้ยิ่งจริงๆ ก็คือขณะนี้สิ่งที่กำลังปรากฏเป็นธรรมที่ควรรู้ยิ่ง เป็นสิ่งที่เป็นฐานของสติ สติระลึกรู้ตรงสิ่งที่มีจริง เพราะฉะนั้นหนทางเดียว คือการอบรมเจริญสติปัฏฐาน การอบรมความเข้าใจถูก ความเห็นถูกในสภาพธรรม ที่กำลังปรากฏ ซึ่งเกิดขึ้นตามเหตุปัจจัย เกิดขึ้นแล้วก็ดับไปนั่นคือ อริยสัจจะ จนกว่าปัญญาจะเจริญขึ้นจนประจักษ์ความจริงนั้นได้
     เมื่อเข้าใจหนทางแล้ว จะนั่งสมาธิหรือจะเข้าใจสมาธิ สมาธิเป็นธรรมอย่างหนึ่งซึ่งเป็นสภาพที่ตั้งมั่นในอารมณ์ เกิดกับจิตทุกดวง เป็นเอกัคคตาเจตสิก ขณะที่จิตเป็นอกุศลขณะนั้นตั้งมั่นผิด เป็นมิจฉาสมาธิ และขณะที่เป็นกุศลขณะนั้นเป็นสัมมาสมาธิ ผู้เป็นชาวพุทธต้องรู้จักพระรัตนตรัย มีพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง และต้องมีพระธรรมเป็นที่พึ่ง ธรรมก็คือ สิ่งที่มีจริงขณะนี้ ค่อยๆ อบรมความเข้าใจความจริงนั้น จึงจะเป็นที่พึ่งได้ ปัญญาเกิดจากการอบรมให้มีขึ้น ปัญญาไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากการไปนั่งหลับตา นั่งสมาธิ นั่นไม่ใช่หนทางที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง 
     สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือการฟังพระธรรมศึกษาพระธรรม กาลสมัยนี้ยังเป็นยุคที่พระธรรมยังดำรงอยู่ บุคคลผู้ที่เป็นกัลยาณมิตร เผยแพร่พระธรรมตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงก็ยังมีอยู่ จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่สะสมบุญมาแต่ปางก่อน เห็นประโยชน์ของการได้เข้าใจความจริง จะได้สะสมปัญญาจากการได้ฟังพระธรรมศึกษาพระธรรมในแต่ละครั้งสะสมเป็นอุปนิสัยที่ดีต่อไป จนกว่าจะถึงความสมบูรณ์พร้อมของปัญญาได้ในที่สุด เพราะการที่ปัญญาจะมีมากได้ จะเป็นเหตุให้สติเกิดขึ้นระลึกรู้สภาพธรรมตามความเป็นจริงได้นั้น ก็จะต้องเริ่มจากการฟังพระธรรม สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปทีละเล็กทีละน้อย

Related posts

ความเห็นผิด

จะอยู่ในโลกนี้อีกไม่นาน

แสวงหา