จากเกิดถึงตาย มีระยะไกลเพียงใด

**จากเกิดถึงตาย มีระยะไกลเพียงใด?**
> อยู่ระหว่างลมหายใจเข้าและออก

หายใจออก(ก่อน)แล้วหายใจเข้า จากนั้นก็ไม่มีการหายใจออกอีกเลย
ชีวิตก็มีแค่นี้แหละ จะสะสมอะไรกันไปมากมาย
………………………………………….
**จากความหลงสู่การตื่นรู้ อยู่ไกลเพียงใด?**
> ก็แค่ปัจจุบันขณะของการมีสติ ระลึกรู้ เห็นแจ้ง

>จากผู้ที่หลงอยู่ในความไม่รู้ ไปสู่ผู้ที่ตื่นรู้ในสัจธรรม แท้จริงอาจเกิดขึ้นได้ในทันที แค่ “มีสติ ตื่นโพล่งขึ้นมา”

…………………………………………………
**จากรักสู่เกลียด อยู่ไกลเพียงใด?**
**ก็แค่ชั่วพริบตาของความไม่เที่ยง**

> ความรักกลายเป็นแค้นเกิดขึ้นได้ในชั่วพริบตา เพราะแต่ละสิ่งในโลกนั้นไม่เที่ยง ไม่แน่นอนยั่งยืน เปลี่ยนแปลงไปมาอยู่เสมอ

——————————–
**จากใจหนึ่งถึงอีกใจหนึ่ง อยู่ไกลเพียงใด?**
**ก็แค่ชั่วขณะของความศรัทธา เชื่อใจและใว้วางใจกัน**

> ความเข้าใจหรือการเชื่อมโยงกันระหว่างใจมนุษย์ อาจดูห่างไกล
แต่หากมี “ศรัทธา” ก็สามารถเข้าถึงกันได้ไม่ยากถ้ามีความซื่อสัตย์และสัจจะเป็นที่ตั้ง

————————————–
**เส้นทางแห่งวัฏสงสาร ยาวไกลเพียงใด?**
**ก็เพียงชั่วขณะที่ตื่นจากความฝัน **

> การเวียนว่ายตายเกิดดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด แต่หากตื่นรู้จากความหลง(อวิชชา) ก็สามารถพ้นจากวัฏฏะสงสาร เสมือนนตื่นจากความฝัน

…………………………………………..
บทกวีนี้สื่อถึงสัจธรรมของชีวิต ความไม่เที่ยง (อนิจจัง) ความเปลี่ยนแปลง และการตื่นรู้ โดยใช้ถ้อยคำเรียบง่ายแต่มีพลัง เป็นบทกวีที่กระตุ้นให้เราหยุดคิด พิจารณาชีวิต และรู้จักตื่นจากความหลงเพื่อให้เห็นความจริง ทั้งยังสะท้อนถึงจิตคือพุทธะ

จากเกิดถึงตาย มีระยะห่างกันเพียงใด ?

จากความหลงสู่การตื่นรู้ อยู่ไกลเพียงใด?

จากรักสู่เกลียด อยู่ไกลเพียงใด?

จากใจหนึ่งถึงอีกใจหนึ่ง อยู่ไกลเพียงใด?

เส้นทางแห่งวัฏสงสาร ยาวไกลเพียงใด?

ผู้มีจิตเมตตา ย่อมปรารถนา
ให้ทุกชีวิตอยู่อย่างเป็นสุข
ผู้มีจิตเมตตา จึงไม่คิดจะเบียดเบียนผู้ใด
ไม่ว่าจะทั้งทางตรงหรือทางอ้อม
ไม่ว่าต่อชีวิตน้อย ใหญ่ สูง ต่ำ
ไม่ว่าทางกาย วาจา ใจ ก็ตาม
แม้แต่ความประพฤติที่อาจเป็นเหตุ
แห่งการเบียดเบียนทั้งหลาย
ฉะนั้น จึงมีกายที่บริสุทธิ์จากการล่วงเกินผู้อื่น
จึงมีปากที่บริสุทธิ์จากการเบียดเบียนผู้อื่น
จึงมีใจบริสุทธิ์จากการคิดร้ายต่อผู้อื่น
จึงมีความประพฤติปฏิบัติที่บริสุทธิ์
จากการก่อเวรภัยทั้งปวงต่อผู้อื่น
ผู้มีเมตตา เนื่องเพราะปราศจาก
ความเบียดเบียนต่อตนเองและผู้อื่น
จึงเป็นสุขทั้งกาย และใจอยู่เป็นนิจ
.
𝐶𝑟𝑒𝑑𝑖𝑡 : 𝐵𝑜𝑑𝘩𝑖𝑠𝑎𝑡 𝐻𝑒𝑎𝑟𝑡

ชีวิต อยู่แค่เพียงลมหายใจหนึ่ง: หายใจออกแล้วไม่มีโอกาสหายใจเข้าอีก ทุกอย่างก็จบ

การตื่นรู้ อยู่เพียงแค่มีสติระลึกได้ในขณะนี้ ไม่ต้องรอชาติหน้า

ความรักและความเกลียด แปรเปลี่ยนได้เพราะความไม่เที่ยง ทุกอย่างเป็นอนิจจัง

การเข้าถึงใจกัน อยู่ที่ “ศรัทธา” และ “ความจริงใจ” ไม่ได้ไกลอย่างที่คิด

วัฏสงสาร จะสิ้นสุดได้ทันทีเมื่อใจ “ตื่น” จากอวิชชา เหมือนตื่นจากฝันร้าย

※ ชะตากรรม – ทางเลือก ※
.
โชคชะตา นอกจากกำหนด
สิ่งที่เราเกิดมาว่า เกิดที่ไหน
เกิดเป็นลูกใคร เกิดมาอย่างไร
ที่เหลือก็เป็นเรื่องของทางเลือก

เพราะไม่ว่าชะตาชีวิต
จะเริ่มต้นกำหนดมาให้เราแบบไหน
แต่ในทุกๆ ชะตาชีวิตของคนเรา
ล้วนมีทางเลือกให้เสมอ

เมื่อเลือกอย่างไร ผลในที่สุด
ก็จะเป็นไปตามสิ่งที่เราตัดสินใจเลือก

อยากเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิต
อยากลิขิตโชคชะตาของตัวเอง
ก็ต้องรู้ว่าควรจะเลือกชีวิตอย่างไร

การที่คนเราอยากมีชะตาชีวิตที่ดีนั้น
จึงไม่ใช่เลือกพุ่งเข้าใส่ผลประโยชน์ตรงหน้า
ไม่ใช่พุ่งเข้าหาสิ่งที่ตอบสนองกิเลสตน

แต่พึงรู้ว่าทางเลือกใดเป็นความดี
ทางเลือกใดเป็นความชั่ว
ทางเลือกใดเป็นไปในทางกุศล
ทางเลือกใดเป็นไปในทางอกุศล

นั่นก็เป็นเพราะว่า สุดท้ายแล้ว
สิ่งที่เราตัดสินใจเลือก จะเป็นเหตุ
ปลูกเหตุอย่างไร ย่อมได้รับผลเช่นนั้น
.
𝐶𝑟𝑒𝑑𝑖𝑡 : 𝐵𝑜𝑑𝘩𝑖𝑠𝑎𝑡 𝐻𝑒𝑎𝑟𝑡

ารักตัวเรา คนอื่นก็รักตัวเขา
เราไม่อยากให้ใคร ทำเช่นไรกับเรา
คนอื่นก็ไม่อยากให้เรา ทำเช่นนั้นกับเขา

เราอยากให้คนอื่น ทำดีกับเราอย่างไร
คนอื่นก็อยากให้เรา ทำดีกับเขาอย่างนั้น

ขอให้พยายามคิดถึงความจริงนี้ ให้บ่อยที่สุด
เท่าที่จะมีสตินึกได้ จะเป็นคุณแก่ตนเองอย่างยิ่ง

…. สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ

Related posts

ความเห็นผิด

จะอยู่ในโลกนี้อีกไม่นาน

แสวงหา