พระธรรมที่พระพระสัมมาสัมพุทธทรงแสดงละเอียดมาก ชี้ให้เห็นโทษและภัยของอกุศลธรรมแม้เพียงเล็กน้อยอยู่เสมอ เพื่อจะให้เห็นตามความเป็นจริงว่าในชีวิตประจำวัน แม้ว่ากิเลสใหญ่อย่างโลภะ โทสะ โมหะ ไม่เกิดขึ้นอย่างแรงกล้าเป็นปกติในชีวิตประจำวันก็จริง แต่ในชีวิตประจำวันซึ่งเต็มไปด้วยอกุศลธรรมเล็กๆน้อยๆ ก็ควรจะให้เห็นโทษเห็นภัยแล้วควรขัดเกลาโดยที่ไม่ประมาท แล้วก็ไม่ข้ามไป
การบูชาที่สูงสุด
ประโยชน์หรือสาระสำคัญของการมีโอกาสได้ฟังได้ศึกษาพระธรรม ก็เพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูก แม้ไม่สามารถเข้าใจพระธรรมโดยตลอดทั้งหมด แต่เมื่อศึกษาในส่วนใดแล้ว ประมวลสาระสำคัญ เป็นความเข้าใจถูกเห็นถูกได้มากน้อยแค่ไหน เท่าที่จะเป็นไปได้ ตามกำลังปัญญาของแต่ละคน แม้ในเรื่องของการบูชา ๒ อย่าง ที่เป็นอามิสบูชา กับปฏิบัติบูชา (สัมมาปฏิบัติ)
พระบารมีทั้งหมดที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสะสมอบรมมา ตั้งแต่เริ่มตั้งความปรารถนาที่จะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็เพื่อที่จะได้ทรงตรัสรู้สภาพธรรมตามความเป็นจริง ซึ่งยากแสนยากที่จะรู้ได้ แล้วทรงแสดงความจริงให้สัตว์โลกได้มีความเข้าใจถูกเห็นถูกตามพระองค์ด้วย จากที่มากไปด้วยกิเลส มากไปด้วยความไม่รู้ ก็สามารถมีความเข้าใจถูกเห็นถูกจนกระทั่งดับกิเลสได้ตามลำดับขั้น เมื่อพระองค์ทรงตรัสรู้แล้ว ก็ทรงแสดงพระธรรมประกาศความจริง เป็นระยะเวลานานถึง ๔๕ พรรษา นับคำไม่ถ้วน ทั้งหมดทั้งปวงนั้น เพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูก ในสภาพธรรมตามความเป็นจริงของผู้ที่เป็นสาวกหรือพุทธบริษัท จึงกล่าวได้ว่าพระบารมีทั้งหมด ที่พระองค์ทรงสะสมอบรมมา ก็เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์โลกอย่างแท้จริง พุทธประสงค์ ที่ทรงแสดงพระธรรม ก็เพื่อเกื้อกูลสัตว์โลกให้มีความเข้าใจถูกเห็นถูก ตามความเป็นจริง
สำหรับผู้ที่มีความเข้าใจพระธรรม ได้รับประโยชน์จากพระธรรม ก็จะไม่ละเลยโอกาสของกุศลในชีวิตประจำวัน แม้การบูชา ก็เป็นกุศล เป็นความดี แม้การบูชาด้วยอามิส ก็สามารถที่่จะกระทำได้ เป็นกุศล สำหรับผู้ที่เข้าใจธรรมแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่บูชาด้วยอามิส แต่ก็มีการฟังพระธรรม มีการศึกษาพระธรรม สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูก ยิ่งขึ้นด้วย
ความเข้าใจถูกเห็นถูก ของแต่ละคนเท่านั้นที่จะรักษาสืบทอดพระพุทธศาสนาคือ คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ดำรงมั่นคงสืบต่อไปได้ ดังนั้นจึงสำคัญที่ความเข้าใจถูกเห็นถูก ของผู้ที่ได้ฟังพระธรรมศึกษาพระธรรม ตามที่พระองค์ทรงแสดงอย่างแท้จริง และผู้ที่เป็นสาวกนั้น ก็ย่อมจะได้รับประโยชน์จากพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดงตามกำลังปัญญาของตนเอง สูงสุด คือ เป็นพระอรหันต์ รองลงมาก็เป็นพระอริยบุคคลขั้น พระอนาคามี พระสกทาคามี พระโสดาบัน หรือ แม้ไม่ได้เป็นพระอริยบุคคล แต่การฟังพระธรรมศึกษาพระธรรม ก็ไม่ไร้ผล สะสมสืบต่อเป็นที่พึ่งต่อไปในภายหน้าได้.