ขณะที่เข้าใจความจริง ก็ไม่เดือดร้อน แม้ว่าชีวิตจะมีสุขมีทุกข์อย่างไร ก็คือธรรม เป็นสิ่งที่มีจริง แต่สิ่งที่มีค่าประเสริฐที่สุด ที่ควรสะสมก่อนที่จะละจากโลกนี้ไป ก็คือ ปัญญา ความเข้าใจถูกเห็นถูก จากการที่มีโอกาสได้ฟังคำจริงแต่ละคำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง
ศึกษาพระธรรมเพื่อความเข้าใจ
ธรรม คือ สิ่งที่มีจริงทุกอย่างทุกประการ เป็นสภาพธรรมที่ทรงไว้ซึ่งลักษณะของตน ๆ ไม่มีใครจะไปเปลี่ยนแปลงลักษณะของสภาพธรรมได้ มีทั้งสภาพธรรมที่เป็นรูปธรรม นามธรรม ซึ่งไม่ต้องไม่หาที่ไหนเพราะมีจริงทุกขณะ ทุกขณะเป็นธรรม ไม่พ้นไปจากธรรม กล่าวคือ จิต เจตสิก และ รูป แต่ละอย่างแต่ละประการ เป็นธรรมแต่ละหนึ่ง ไม่ปะปนกัน หาความเป็นสัตว์ เป็นบุคคลในสภาพธรรมเหล่านั้นไม่ได้เลยจริง ๆ ธรรมทั้งหลายทั้งปวง เป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตน สัตว์ บุคคล ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใคร ชีวิตที่ดำเนินไปในแต่ละวัน ในแต่ละภพในแต่ละชาติ ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งหลับไป ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งถึงขณะที่จุติเกิดขึ้นทำกิจเคลื่อนจากความเป็นบุคคลนี้ นั้นมีแต่นามธรรมกับรูปธรรม เท่านั้น ถ้ายังไม่ได้ศึกษาก็ยังไม่รู้ไม่เข้าใจแต่เมื่อได้ศึกษาแล้ว ก็จะมีความเข้าใจว่า มีธรรมอยู่ตลอดเวลา ทั้งทางตา ทางหูทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ ไม่พ้นหกทางนี้เลย จึงต้องอดทนที่จะฟังพระธรรมศึกษาพระธรรม ด้วยความละเอียด เพื่อความเข้าใจถูก เห็นถูกในลักษณะสภาพธรรมตามความเป็นจริง ว่าเป็นเพียงสิ่งหนึ่งที่มีจริงและกำลังปรากฏ ซึ่งมีให้ศึกษาอยู่ทุกขณะจริง ๆ สิ่งสำคัญ ก็คือ ฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมให้เข้าใจอย่างถูกต้อง
สิ่งที่น่าพิจารณา คือ ถ้าพูดถึงธรรมชาติ บางคนอาจคิดถึงภูเขา ต้นไม้ น้ำทะเล ดาว แต่ถ้าพูดถึงธรรมะแล้ว เป็นสิ่งซึ่งหมายถึง สิ่งที่มีจริงๆ เป็นสิ่งซึ่งมีปัจจัยเกิดขึ้นปรากฏแล้วก็ดับไป เพราะฉะนั้น ถ้าพูดถึงธรรมชาติก็จะต้องเข้าใจด้วยว่า ธรรมชาติในทางธรรม หรือธรรมชาติในทางโลก ถ้ากล่าวถึง ธรรมชาติ ในทางธรรม ก็คือความเป็นจริงของธรรม ที่ไม่ใช่สัตว์บุคคลตัวตน
ธรรมไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้น แม้จะถูกสอนว่า ถ้าเห็นผู้อื่นได้ดี เราก็ต้องยินดีกับเขา คือ มุทิตา แต่ถ้าไม่สะสมเหตุที่ดีมา ไม่เห็นคุณของความดี จะเกิดกุศลจิตยินดีกับการที่ผู้อื่นได้ดีมีความสุข ได้อย่างไร บางคนอาจจะเกิดความริษยา ก็เป็นไป ทั้งหมดเป็นธรรมที่เกิดเพราะเหตุปัจจัย
แต่ละคนแตกต่างกัน เป็นแต่ละหนึ่ง แตกต่างกันทั้งการสะสม และแตกต่างกันทั้งการได้รับผลของกรรมด้วย หากเป็นผู้ที่เข้าใจธรรม เข้าใจสิ่งที่มีจริงตามความเป็นจริง ก็สามารถที่จะเกื้อกูลผู้อื่นได้ ให้เข้าใจสิ่งที่มีจริง ตามความเป็นจริงตามกำลังปัญญาของตนได้ ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาลอยๆ แต่เกิดเพราะเหตุปัจจัย โรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้น ก็เกิดเพราะเหตุปัจจัย ขณะที่เข้าใจความจริง ก็ไม่เดือดร้อนเลย แม้ว่าชีวิตจะมีสุขมีทุกข์อย่างไร ก็คือธรรม เป็นสิ่งที่มีจริง สิ่งที่มีค่าประเสริฐที่สุดที่ควรสะสมก่อนที่จะละจากโลกนี้ไป ก็คือ ปัญญา ความเข้าใจถูกเห็นถูก จากการที่มีโอกาสได้ฟังคำจริงแต่ละคำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง
การฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม ไม่จำกัดที่หนึ่งที่ใดโดยเฉพาะ ไม่มีหลักสูตร เพราะเหตุว่า พระธรรม เป็นธรรม ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสไว้ดีแล้ว และพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดงก็สืบทอดมาจนถึงยุคนี้สมัยนี้ ผู้ใดเห็นประโยชน์ เห็นคุณค่าของคำจริงแต่ละคำ มีการฟังมีการศึกษา สนทนา เพื่อความเข้าใจอย่างถูกต้องตรงตามพระธรรม ประโยชน์ก็ย่อมเกิดมีแก่ผู้นั้น.
