Home » พระพุทธศาสนา เป็นเรื่องของปัญญา

พระพุทธศาสนา เป็นเรื่องของปัญญา

( PAKAWA )

by Pakawa

พระพุทธศาสนา เป็นเรื่องของปัญญา

ยุคนี้เป็นยุคเทคโนโลยี่ อะไรที่ใช้เทคโนโลยี่ทันสมัย จะใช้คำว่า สมาร์ท เช่น สมาร์ทโฟน , สมาร์ททีวี , สมาร์ทโฮม Smart building. , Smart office , smart economy. , smart society.

ยกตัวอย่าง โทรศัพท์สมาร์ทโฟน มีคนใช้โทร ใช้ถ่ายรูป ใช้ไม่กี่ฟังชั่นไม่กี่อย่าง ทั้งๆที่ สมาร์ทโฟน มีฟังชั่น ให้ใช้มากมายเพื่ออำนวยความสะดวก เรียกว่า เป็น สมาร์ทโฟน สมชื่อ แต่ไม่ได้ใช้ เช่นนี้ ยังไม่น่าเรียกว่า ใช้สมาร์ทโฟน แต่ เหมือนยังใช้โทรศัพท์แบบธรรมดาอยู่
เช่นนั้น ควรตรวจสอบว่า จริงๆแล้ว เราอยู่ในสังคม smart society หรือเปล่า หรือยัง

พอมาถึงเรื่องของธรรมะในพระพุทธศาสนา ถ้าเป็นปัญญาของผู้รู้และผู้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง ชีวิตของผู้นั้น สามารถกล่าวได้ว่า เป็นสมาร์ทไลฟ์

สมาร์ท คือ ความฉลาด หรือ ปัญญา ตรงกับพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นเรื่องของปัญญา แต่เป็นปัญญาทางธรรม ไม่ใช่ทางโลก เพราะฉะนั้น จะเป็นสมาร์ทไลฟ์ในพระพุทธศาสนา ต้องเป็นปัญญาทางธรรม ห่างไกลจากอกุศลธรรม คือ อยู่ในกุศลธรรมมากกว่าอกุศล

จะเป็นได้ ต้องศึกษา และฟังธรรมจากผู้มีความรู้ในพระพุทธศาสนา เพื่อสะสมความรู้ความเข้าใจในพระธรรม อย่างชัดเจนและลึกซึ้ง

แต่ต้องถามว่า รู้และเข้าใจ ว่า พระพุทธศาสนา อย่างไร
เริ่มจาก พระพุทธศาสนาเป็นเรื่อง ของอะไร

คำกล่าวที่ว่า ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นชื่อว่าเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้า

จึงกล่าวได้ว่า พระพุทธศาสนาเป็นเรื่องของ ผู้เห็น ธรรม
และความเป็นจริง ต้องรู้และเข้าใจชัดว่า ธรรมะ คือ อะไร

ธรรมะ ในพระพุทธศาสนา คือ ทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นธรรมะ โดยแบ่งธรรมะ เป็น 2 ประเภท คือ รูปธรรม กับ นามธรรม

รูปธรรม คือ สภาพธรรม ที่ไม่รู้อะไร ตัวรูปธรรมไม่สามารถรู้ได้ เช่น สี เสียง กลิ่น รส เย็นร้อน อ่อนแข็ง ตึงไหว อะไรที่ไม่สามารถรู้อะไรได้ เป็นรูปธรรมหมด

ส่วน นามธรรม จะตรงข้ามกับรูปธรรม คือ สภาพธรรมที่รู้ได้ ไม่มีรูปร่างใดๆ ได้แก่ จิต และ เจตสิก

แต่ทั้งรูปธรรม และนามธรรม ต่างมีลักษณะทั่วไป เป็นสามัญลักษณะ 3 อย่าง คือ ไม่เที่ยง เกิดดับตลอด มีลักษณะ เป็นทุกข์ และ เป็น อนัตตา บังคับบัญชาไม่ได้ เกิดตามเหตุตามปัจจัย รวมเรียกว่า ไตรลักษณ์

และมีลักษณะเฉพาะของรูปธรรม กับ นามธรรม แต่ละประเภท เป็นวิสามัญลักษณะ

จะเป็นสมาร์ทไลฟ์ ก็ต้องรู้ว่า อะไรเป็นรูปธรรม
อะไร เป็น นามธรรม

มีเพียงรูปธรรม และ นามธรรม เท่านั้น ที่เกิดดับ

มีเพียงรูปธรรม กับ นามธรรม ที่เป็นทุกข์

มีเพียงรูปธรรม กับ นามธรรม เท่านั้น ที่เป็นไปตามเหตุตามปัจจัย เป็นอนัตตา

เมื่อความจริง เป็นอนัตตา ก็ไม่มีเรา ของเรา หรือ ของใคร เกิดขึ้นแล้วก็ดับไปตลอด เหลือแต่ความว่างเปล่า เป็นอนัตตา เป็นสมาร์ทไลฟ์ นั่นเอง

ธรรมข้อหนึ่ง ที่ ปฏิบัติในชีวิตประจำวันเป็นปรกติ. ไม่ได้ผิดเกินปรกติ คือ ปฏิปทาสายกลาง
ปฏิปทาสายกลางนั้น ได้แก่อริยมรรคมีองค์ ๘ นี้แหละ คือ
ปัญญาอันเห็นชอบ ๑
ความดำริชอบ ๑
เจรจาชอบ ๑
การงานชอบ ๑
เลี้ยงชีวิตชอบ ๑
พยายามชอบ ๑
ระลึกชอบ ๑
ตั้งจิตชอบ ๑.

You may also like

Leave a Comment

-
00:00
00:00
Update Required Flash plugin
-
00:00
00:00