Home » ทำสมาธิแบบจดจ้องที่ลมหายใจ

ทำสมาธิแบบจดจ้องที่ลมหายใจ

( Somboon )

by Pakawa

ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร จะสอนอย่างไร ก็ตาม ก็ต้องพิจารณาว่า แล้วพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านว่าไว้อย่างไรในเรื่องนั้น ท่านสอนอย่างนั้นหรือไม่ ถ้าไม่แล้วเป็นคำสอนของใคร คำสอนอย่างนั้นมาจากไหน คล้อยตาม หรือขัดแย่งกับหลักคำสอนของพระพุทธองค์ หรือไม่ อย่างไร ถ้าเป็นคำสอนที่ผิด และเราเป็นผู้ไม่ละเอียด ก็จะหลงเข้าใจผิด เชื่อตาม เพาะเหตุว่าผู้กล่าวเป็นผู้ที่น่าเชื่อ แล้วก็เผยแพร่คำสอนที่ผิดๆ ออกไปทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดตามไปด้วย

ทำสมาธิแบบจดจ้องที่ลมหายใจ

ทุกคนมีลมหายใจ แต่การที่จะรู้ที่ลมหายใจด้วยโลภะได้ไหม ตามความเป็นจริง ทุกอย่างเป็นอารมณ์ของโลภะได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นรูป เป็นเสียง เป็นกลิ่น เป็นรส เป็นโผฏฐัพพะ ลมหายใจก็คือโผฏฐัพพารมณ์ อารมณ์ที่ปรากฏเมื่อกระทบสัมผัสในช่องจมูก หรือเบื้องบนริมฝีปาก เช่นเดียวกับโผฏฐัพพะอื่นที่กระทบส่วนอื่นของร่างกาย และมีความปรารถนา มีความต้องการ ที่คิดว่าเมื่อจดจ้องที่ลมหายใจแล้ว จิตจะสงบ
      ข้อที่ควรระลึกก็คือว่า เมื่อลมหายใจเป็นสภาพธรรมะที่มีจริง ที่เป็นโผฏฐัพพารมณ์ ที่ปรากฏเมื่อกระทบกาย เป็นที่ตั้งของความพอใจได้ เพราะฉะนั้น เมื่อจิตระลึกที่ลมหายใจโดยปราศจากปัญญา แต่พอใจให้รู้อยู่ที่ลมหายใจ ขณะนั้นจะเป็นโลภะ หรือจะเป็นความสงบ เพราะเหตุว่ามีความต้องการให้จิตอยู่ที่นั่น ลักษณะของของการจดจ้องอยู่ที่อารมณ์หนึ่งอารมณ์ใด เป็นลักษณะของสมาธิ ไม่ใช่ลักษณของความสงบ
     ไม่ว่าอารมณ์ใดก็ตาม ย่อมเป็นที่ตั้งของโลภะได้ทั้งสิ้น ถ้าปราศจากปัญญาที่จะรู้สภาพของจิตขณะนั้นว่า เป็นกุศลหรือเป็นอกุศล เพราะเหตุใด เหตุนี่สำคัญมาก ถ้าปราศจากเหตุที่ถูกต้อง สติปัฏฐาน และปัญญาขั้นวิปัสสนาก็เกิดไม่ได้ ถ้าปราศจากเหตุที่ถูกต้อง ความสงบและปัญญาขั้นสมถะก็เกิดไม่ได้ ไม่ใช่ทุกคนที่ไม่รู้อะไรเลย ก็ไปนั่งจดจ้องอยู่ที่ลมหายใจแล้วจิตก็จะสงบ จะไม่มีกล่าวไว้ในพระไตรปิฎกเลยว่า การอบรมเจริญภาวนาสามารถกระทำได้ด้วยความไม่รู้
พอฟังใครบอกให้ทำ ก็จะทำตาม ให้ดูลมหายใจ อานาปานสติ แต่ลืมแม้คำว่า อนัตตา (บังคับไม่ได้) คำว่าสติ คำว่าปัญญา และธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา บังคับบัญชาไม่ได้ แม้สติ และ ปัญญาก็เป็นธรรม บังคับไม่ได้ การพยายามไปตามดู จดจ้องที่ลมหายใจในชีวิตประจำวัน ก็เป็นการจดจ้องด้วยกิเลสโลภะ ความต้องการ นี้คือวิกฤตพระพุทธศาสนาอีกประการหนึ่ง การอ่านพระสูตร หรือฟังจากใคร ก็ต้องแยบคาย ไม่ลืมอนัตตา เพราะฉะนั้น หนทางที่ถูก คือฟังพระธรรมเข้าใจสภาพธรรม ไม่ต้องไปตามจดจ้อง สติและปัญญาเกิดเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น นี่คือไม่ถูกหลอกด้วยโลภะและเข้าใจอนัตตา
      ดังนั้น ผู้หนึ่งผู้ใดก็ตาม ซึ่งไม่รู้อะไร เพียงแต่รู้ว่า ให้จดจ้องที่ลมหายใจ รู้เพียงแค่ให้จดจ้องที่ลมหายใจ ไม่สามารถจะช่วยให้จิตสงบได้ ไม่รู้ด้วยว่า ทำไม เหตุอะไรจึงควรระลึกที่ลมหายใจ เมื่อไม่มีเหตุที่เป็นปัจจัยให้สงบ ความสงบก็เกิดไม่ได้ เพราะว่าเพียงแต่ไม่รู้ และได้รับคำสั่ง หรือได้ยินได้ฟังมา ให้จดจ้องที่ลมหายใจ ก็ไม่ใช่ความรู้อะไรเลย บางท่านอาจจะแย้งว่า ทำแล้วสบายใจ มีความสุขดี บางครั้งอาจมีปีติเกิด แต่ต้องทราบว่า ความสบายใจ ความสุข และปีติ เกิดกับโลภมูลจิตก็ได้ โดยมีความติดข้องอยากที่จะทำอย่างนั้น นั่นเป็นมิจฉาสมาธิ ไม่ควรทำ.

You may also like

Leave a Comment

-
00:00
00:00
Update Required Flash plugin
-
00:00
00:00