ทรัพย์สมบัติเป็นของชั่วคราว ไม่ใช่ของใคร ทุกคนจำต้องละสิ่งต่างๆ ไป ไม่มีใครต้านทานได้ ทรัพย์สมบัติไม่ใช่เหตุให้ปัญญาเจริญ ปัญญาประเสริฐกว่าทรัพย์ เพราะผู้มีปัญญาแม้สิ้นทรัพย์ก็เป็นอยู่ได้ การฟังพระธรรมศึกษาพระธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดง แล้วพิจารณาโดยแยบคาย เป็นเหตุให้เกิดปัญญา
ชีวิตเจริญขึ้นเมื่อเข้าใจพระธรรม
ถ้าไม่มีการฟังพระธรรมศึกษาพระธรรมเลย ทุกวันจะต้องถูกครอบงำด้วยความมัวเมาด้วยอกุศลธรรมทั้งหลายอย่างไม่มีวันสร่าง แต่เมื่อใดที่มีความเข้าใจความจริงจากการได้อาศัยพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ก็จะเห็นได้ว่า ทางที่ควรจะก้าวไปนั้น ควรจะเป็นไปในทางกุศล ซึ่งถ้าจะสังเกตจากชีวิตของตนเองโดยละเอียดขึ้นก็จะรู้ได้ว่า การกระทำทางกายหรือคำพูดทางวาจาในวันหนึ่งๆ ซึ่งดูเหมือนกับว่าไม่ถึงกับเป็นภัยร้ายแรง แต่ในขณะใดที่ความเข้าใจถูกเห็นถูกเกิดขึ้นจะรู้ได้ว่าบางขณะ แม้แต่คำพูดนั้นก็พูดไปตามความคิดที่กำลังโกรธ คือ พูดไปด้วยความโกรธ ซึ่งย่อมมีอย่างแน่นอน ตามการสะสมของแต่ละบุคคล ปัญญาสามารถเข้าใจถูกเห็นถูกตรงตามความเป็นจริง และทำให้ถอยกลับจากอกุศลที่เคยเป็นมา ได้ เป็นไปได้จริงๆ ด้วยกำลังของปัญญา
วันหนึ่งๆ คือ ชีวิตประจำวันตามความเป็นจริง ถึงแม้ว่าจะสะสมกุศลมาสักเท่าไร แต่ถ้าไม่ใช่ผู้ที่อบรมเจริญปัญญา ที่จะรู้ลักษณะของสภาพธรรมว่า ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล ไม่ใช่ตัวตนจริงๆ ก็ไม่สามารถที่จะละคลายอกุศลนั้นๆ ได้ แต่บุคคลผู้มีการอบรมเจริญปัญญา ก็จะสามารถรู้ตามความเป็นจริง อันเป็นเหตุให้มีการขัดเกลาละคลายอกุศล ได้ ตัวอย่างในเรื่องของความโกรธ ความขุ่นเคืองใจ แต่ละคนแต่ละท่านที่ยังไม่ได้บรรลุธรรมถึงความเป็นพระอนาคามีบุคคล ก็ยังมีความโกรธ มีความขุ่นเคืองใจเป็นธรรมดา แต่ว่าโกรธแล้ว จะระลึกได้ในขณะนั้นหรือไม่ว่า ขณะนั้นได้มีการกระทำทางกาย ทางวาจา ซึ่งเป็นไปตามความโกรธในขณะนั้น เพราะฉะนั้น ผลจากการฟังพระธรรมแล้วเข้าใจพระธรรม ก็จะทำให้เริ่มคิดในทางที่ถูกที่ควรว่า ในวันหนึ่งๆ เปลี่ยนจากที่เคยเป็นอกุศล แล้วเป็นกุศลเพิ่มขึ้นหรือไม่ คือ คิดที่จะละคลายอกุศลหรือยัง เช่นคิดที่จะไม่ผูกโกรธ ซึ่งเป็นคำเตือนที่ควรเตือนบ่อยๆ เป็นคำที่ควรฟังเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นคำที่ประกอบด้วยความเป็นมิตร ด้วยความหวังดี มุ่งประโยชน์แก่ผู้อื่นอย่างแท้จริง เพราะว่าความโกรธนี้ทุกคนมี เมื่อมีแล้วบางคนก็ไม่ลืม โกรธนาน ผูกโกรธไม่จบ แต่พอเข้าใจพระธรรมขึ้นมาบ้าง แต่ก่อนนี้อาจจะโกรธนานหลายวันหลายเดือน ก็อาจจะลดละคลายลงมาบ้าง นี้คือผลจากการได้เข้าใจพระธรรม แล้วก็พิจารณาพระธรรม มีการคิดที่จะให้อภัย มีความเป็นมิตรเป็นเพื่อนกับผู้อื่นแทนที่จะโกรธกัน ขณะนั้น กุศลธรรมเกิดขึ้น ทำให้มีความประพฤติเป็นไปในทางที่ถูกที่ควร เรียบร้อยด้วยคุณความดี ระงับซึ่งอกุศลธรรมทั้งหลายได้.
