( Somboon )
ฟังพระธรรมศึกษาพระธรรม ประโยชน์ คือจะได้รู้ว่าความจริงคืออะไร อะไรถูกอะไรผิด ไม่ว่าจะเคยได้ยินได้ฟังอะไรมามากสักเท่าใด แต่ถ้าได้ฟังสิ่งที่ถูกต้อง ก็สามารถที่จะรู้ว่า อะไรผิด แต่ถ้ายังไม่ได้ฟังสิ่งที่ถูกเลย ก็เชื่อว่าสิ่งที่ผิดๆ นั่นแหละถูก จนกว่าจะได้ฟังสิ่งที่ถูกต้อง เมื่อพิจารณาเห็นความจริง เห็นความถูกต้องก็สามารถที่จะละความเห็นผิดได้ถ้าเป็นผู้ที่ตรง
ความเกิดขึ้นแห่งมิจฉาทิฏฐิ
เหตุที่ทำให้มีความเห็นผิดนั้น ก็ต้องเริ่มจากทีละน้อย ค่อยๆ สะสมโดยไม่รู้ตัวจนมีกำลังมาก ซึ่งเกิดจากเหตุ ๒ ประการคือ การฟังธรรมที่ผิดจาก อสัตบุรุษ และ เกิดจากเหตุภายในก็คือ อโยนิโสมนสิการ การพิจารณาโดยไม่แยบคาย เป็นอกุศลนั่นเอง เมื่อได้ฟังธรรมที่ผิด คิดใคร่ครวญ ด้วยความไม่แยบคายก็หลงเชื่อตาม ทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว จนสุดท้ายก็เป็นความเห็นผิดที่ไม่สามารถแก้ไขได้อีกเลย ดังนั้นการคบคนเป็นสิ่งสำคัญ เป็นมงคล แต่หากคบคนที่มีความเห็นผิด ก็จะทำให้เสื่อมจากประโยชน์และค่อยๆ มีความเห็นผิดทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว สุดท้ายก็ไม่มีทางกลับมาสู่ความเห็นถูกได้อีกเลย
พระธรรมเทศนาเตือนสติสำหรับผู้ที่ได้ยินได้ฟังอย่างแท้จริง เพื่อประโยชน์ของผู้นั้น แต่ว่าจิตใจของคน เป็นไปตามการสะสม สะสมมาไม่เหมือนกัน แม้ว่าจะได้ฟังพระธรรมที่พระองค์ตรัส แต่เพราะกิเลสที่สะสมหมักหมมอยู่ในจิตมาอย่างเนิ่นนานนี้เอง ทำให้ไม่มีความเลื่อมใส ไม่เกิดศรัทธาที่จะน้อมรับฟังด้วยดี ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากิเลสมีกำลังที่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ ความเห็นผิด (มิจฉาทิฏฐิ) ถ้ามีความเห็นผิดแล้ว วาจาก็ผิด การกระทำทางกายก็ผิด ทุกอย่างย่อมผิดไปหมด
ความเห็นผิด จึงเป็นอันตรายมาก ถ้าความเห็นของแต่ละบุคคลคลาดเคลื่อนไป ผิดไป ไม่ตรงกับความเป็นจริง ทุกอย่างก็จะผิดไปด้วย โดยที่สิ่งที่ผิด ก็จะเห็นว่าถูก สิ่งที่ถูกก็จะเห็นว่าผิด นี่แหละคือความเห็นผิดซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เป็นเหตุให้ กระทำอกุศลกรรมประการต่าง ๆ มากมาย เป็นไปเพื่อความเสื่อมจากกุศลธรรมทั้งหลายโดยประการทั้งปวง ไม่เป็นประโยชน์ใด ๆ เลยทั้งแก่ตนและแก่ผู้อื่น
เราต้องแยกให้ถูกว่า ตรงไหนเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้แสดงธรรม ตรงไหนเป็นความจริงตามที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ในพระไตรปิฎก ซึ่งผู้ศึกษาพระธรรม จะต้องอ่านและพิจารณาโดยละเอียด พระพุทธองค์ไม่ทรงตั้งใครเป็นศาสดาแทนพระองค์ นอกจากพระธรรมวินัยที่ทรงแสดงไว้ดีแล้วตลอด ๔๕ พรรษา ซึ่งการศึกษาพระไตรปิฎกจะต้องสอดคล้องกันทั้งสามปิฎกไม่ขัดแย้งกัน
หากศึกษาพระสูตรอันมีอรรถลุ่มลึกโดยไม่ละเอียด จะทำให้เกิดมิจฉาทิฏฐิได้ แม้แต่การหยิบยกคำสักคำหรือข้อธรรมมากล่าว ก็ต้องเป็นผู้ที่รู้ความหมายจริงๆ ของคำหรือข้อธรรมนั้น ต้องเป็นผู้ที่ละเอียดอย่างมาก จึงจะสามารถมองเห็นความสอดคล้องกันของพระธรรมโดยตลอดทั้งสามปิฎกได้
การมีโอกาสได้ฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม มีประโยชน์อย่างยิ่ง ขณะที่ฟังแล้วเข้าใจ จนเป็นความเห็นที่ถูกต้อง ขณะนั้นกุศลธรรมเจริญขึ้น มี ศรัทธา สติ ความเพียร สมาธิ ปัญญา เป็นต้น เกิดขึ้นเป็นการขัดเกลาละคลายความเห็นผิด รวมถึงอกุศลธรรมประการอื่น ๆ ด้วย ขณะที่กุศลธรรมเกิด อกุศลธรรมจะเกิดร่วมด้วยไม่ได้ และความเห็นผิดจะถูกดับได้อย่างเด็ดขาดเมื่ออบรมเจริญปัญญาถึงความเป็นพระโสดาบัน เมื่อนั้น ความเห็นผิด จะไม่เกิดขึ้นอีกเลยในสังสารวัฏฏ์ ซึ่งจะต้องเริ่มสะสมอบรมความเข้าใจถูกเห็นถูก ตั้งแต่เริ่มต้น.
