Home » บาป

บาป

( Somboon )

by Pakawa

ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดของพระธรรมคำสอนก็ตาม ล้วนเป็นไปเพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกทั้งสิ้น ถ้าเป็นผู้ที่มีความละเอียดรอบคอบในการฟัง ในการศึกษา เมื่อมีความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นไปตามลำดับ ย่อมจะทำให้เป็นผู้เข้าใจสภาพธรรมตามความเป็นจริง น้อมใจไปที่จะรู้ความจริง เห็นโทษเห็นภัยของบาป ซึ่งเป็นอกุศลธรรมในชีวิตประจำวัน

บาป

บาป แปลว่า ความชั่ว, ธรรมฝ่ายที่ไม่ดี, สภาพธรรมที่คนดีหลีกออกห่าง, บาป บุคคลผู้ทำบาป ย่อมเป็นผู้มีทุคติภูมิเป็นที่ไปในเบื้องหน้า ซึ่งจะเป็นผู้ประมาทไม่ได้เลยทีเดียว จากข้อความใน พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ว่า 
“ผู้มีปกติทำบาป ย่อมเดือดร้อนในโลกนี้ ละไปแล้ว ย่อมเดือดร้อน เขาย่อมเดือดร้อน ในโลกทั้งสอง, เขาย่อมเดือดร้อนว่า กรรมชั่ว เราทำแล้ว ไปสู่ทุคติ ย่อมเดือดร้อนยิ่งขึ้น”
ไม่ว่าจะกล่าวถึงเรื่องใด ก็ไม่พ้นไปจากสิ่งที่มีจริงๆ แม้แต่บาป ก็เป็นธรรมที่มีจริง ไม่ใช่เรา เป็นธรรมที่เกิดเพราะเหตุปัจจัย บาป เป็นอกุศลธรรม เป็นสภาพธรรมที่ไม่ดี เป็นธรรมที่เมื่อเกิดขึ้นแล้วกุศลใดๆ ก็เกิดไม่ได้ เป็นธรรมที่ตัดโอกาสแห่งการเกิดขึ้นของกุศล, อกุศลธรรม มีหลายระดับ บาปจึงมีหลายระดับ กล่าวคือ เพียงอกุศลจิตเกิดขึ้นแต่ไม่ได้ล่วงเป็นทุจริตกรรม ไม่ได้เบียดเบียนใคร ขณะนั้น บาปก็เกิดขึ้นแล้ว สภาพธรรมที่ไม่ดี เกิดขึ้นแล้ว เป็นบาปในระดับที่ไม่ถึงขั้นล่วงเป็นทุจริตกรรม ไม่เป็นบาปที่จะทำให้เกิดวิบากในภายหน้า แต่ก็สะสมไว้ อกุศลจะเป็นสิ่งที่ประมาทไม่ได้เลย ถ้าสะสมมากขึ้นๆ ก็สามารถล่วงเป็นทุจริตกรรมประการต่างๆ ได้เช่นเดียวกัน อกุศลแม้เล็กน้อย ก็เป็นอกุศล เป็นสิ่งที่ไม่ดี ไม่มีประโยชน์โดยประการทั้งปวง แต่ถ้าเป็นอกุศลจิตที่มีกำลังที่ล่วงออกมาทางกาย ทางวาจา จนเป็นทุจริตกรรมประการต่างๆ เช่น การฆ่าผู้อื่น การลักทรัพย์ของผู้อื่น การประพฤติผิดในกาม การพูดเท็จ เบียดเบียนความจริงให้ผู้อื่นเข้าใจผิด เป็นต้น อย่างนี้ เป็นบาปที่มีกำลังที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากในภายหน้าได้ เช่น ทำให้เกิดในทุคติภูมิ ทำให้ได้รับความทุกข์ ความเดือดร้อนมากมาย โดยไม่มีใครทำให้เลย   
เมื่อกล่าวโดยสรุปแล้ว บาปเป็นนามธรรม คือ เป็นอกุศลธรรม เป็นธรรมที่เกิดขึ้นเป็นไปตามการสะสมของแต่ละบุคคล เพราะเหตุว่าเคยสะสมอกุศลมาแล้วอย่างมากมาย และเนิ่นนานในสังสารวัฏฏ์ เมื่อได้เหตุได้ปัจจัยบาป คือ อกุศลธรรม ก็เกิดขึ้นทำกิจหน้าที่ในชีวิตประจำวันอกุศลเกิดขึ้นเป็นไปมาก บาปจึงมีมาก เพียงมีสภาพธรรมที่กำลังปรากฏแล้วไม่รู้ความจริง บาปก็เกิดแล้ว แล้วบาปจะมากสักแค่ไหน 
การมีโอกาสได้ฟังพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง เป็นปกติบ่อยๆ เนืองๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดของพระธรรมคำสอนก็ตาม ล้วนเป็นไปเพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกทั้งสิ้น ถ้าเป็นผู้ที่มีความละเอียดรอบคอบในการฟัง ในการศึกษา เมื่อมีความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นไปตามลำดับ ย่อมจะทำให้เป็นผู้เข้าใจสภาพธรรมตามความเป็นจริง น้อมใจไปที่จะรู้ความจริง เห็นโทษเห็นภัยของบาป ซึ่งเป็นอกุศลธรรมในชีวิตประจำวัน และเห็นคุณค่าของกุศลธรรม ดำรงชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท สะสมความดี เพื่อขัดเกลาบาปอกุศลของตนเอง เพราะเหตุว่าเมื่อกุศลไม่เกิดขึ้น ไม่เจริญขึ้น ก็เป็นโอกาสของบาปอกุศลที่นับวันจะพอกพูนหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนยากแก่การที่จะขัดเกลาละคลาย
การเดินทางในสังสารวัฏฏ์ยังอีกยาวไกล ปัญญาและความดี เท่านั้น ที่จะเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายจนกว่าจะได้รู้แจ้งอริยสัจจธรรมถึงความเป็นพระอรหันต์ดับกิเลสทั้งหลายทั้งปวงได้ในที่สุด ซึ่งเป็นความดีอย่างสูงสุดในพระพุทธศาสนา ทำให้ไม่ต้องมีการเกิดอีกในสังสารวัฏฏ์   
ทั้งหมดทั้งปวงนั้น ล้วนเป็นธรรมที่มีจริง ที่เกิดขึ้นเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยเท่านั้น หาความเป็นสัตว์ เป็นบุคคลในสภาพธรรมแต่ละอย่างๆ ไม่ได้เลย ประการสำคัญที่ลืมไม่ได้เลย คือ ถ้าไม่มีปัญญาแล้ว ไม่สามารถละบาปใดๆ ได้เลย.

You may also like

Leave a Comment

-
00:00
00:00
Update Required Flash plugin
-
00:00
00:00