เป็นตัวตนที่ปล่อยวางหรือเป็นปัญญา

เป็นตัวตนที่ปล่อยวางหรือเป็นปัญญา

เพราะ ผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา
เพราะเวทนา เป็นปัจจัย จึงมีตัณหา

แล้วผัสสะ มาจากไหน
เพราะมี ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ จึงมีผัสสะ

สุขเวทนา หรือ โสมนัสเวทนา ก็มีปัจจัย กรรม กิเลส ที่สั่งสม เป็นวิบาก ที่ปรากฏทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจเพราะฉะนัน อย่าไปพยายาม หรืหลอกตัวเอง ที่จะปล่อบวาง เวทนา ความรู้สึก ทั้งสุขเวทนา ทุกขเวทนา

เมื่อปัญญาเกิด ปัญญารู้ว่าความเห็นถูก ความเข้าใจถูกค่อยๆ ละคลายความไม่รู้ และความติดข้อง ในจิตที่สะสมมา จนกว่าจะค่อยๆ สะอาดขึ้น สะอาดขึ้น ละ ลด ความมืด จนกระทั่งสามารถที่จะเข้าถึงสภาพธรรมที่กำลังเกิดดับในขณะนี้ได้ โดยความเป็นอนัตตา ไม่ใช่เรา ก็สามารถที่จะมีความเข้าใจธรรมแต่ละคำ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า ธรรมคือไม่ใช่เรา ไม่ต้องอยากก็เกิดแล้ว ใช่หรือไม่ ทุกวันๆ ไม่ต้องอยาก เกิดแล้วทั้งนั้น ไปนั่งอยาก นั่งคิด นั่งทำ ด้วยความเป็นเรา คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ไม่กระจ่าง เพราะว่ากว่าพระองค์ที่จะได้ทรงตรัสรู้ ทรงบำเพ็ญมานานมาก เพราะว่าสิ่งที่มีจริงขณะนี้ รู้ความจริงของสิ่งนั้นได้แน่นอน แต่ไม่ใช่ด้วยอกุศลจิต ไม่ใช่ด้วยความเห็นแก่ตัว แต่ว่าต้องเป็นการที่มีความเข้าใจละเอียดอย่างยิ่ง จนกระทั่งทุกอย่างตั้งแต่เช้ามาจนถึงเดี๋ยวนี้ ไม่มีความสงสัย เพราะสติสัมปชัญญะ สัมปชัญญะคือปัญญา เกิด และเข้าใจสิ่งที่มีในขณะนั้น เพราะสิ่งนั้นเกิดแล้ว

Related posts

ความมักน้อย

พระปริต

ความเห็นผิด