ศีลที่ประกอบด้วยปัญญา

การแสดงถึงเรื่องการรักษาศีล ศาสนาไหนก็มีการสอนให้งดเว้นจากทุจริตประการต่าง ๆ แต่ในขณะนั้นไม่มีปัญญาที่เข้าใจความจริง ไม่ได้เห็นโทษเห็นภัยของกิเลสอกุศลที่เกิดขึ้นเป็นไป เพียงแต่มีการงดเว้น ทำตาม ๆ กันเท่านั้น แต่ถ้าจะเป็นศีลที่ประกอบด้วยปัญญา มีเฉพาะในพระพุทธศาสนาเท่านั้น

ศีลที่ประกอบด้วยปัญญา

     ศีล มีอรรถที่กว้างขวางมาก การวิรัติงดเว้นจากทุจริตประการต่าง ๆ ก็เป็นศีล การน้อมประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ดีงาม ก็เป็นศีล การสำรวมระวังตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจปิดกั้นไม่ให้อกุศลเกิดขึ้นที่เป็นการสำรวมอินทรีย์ ก็เป็นศีล, ในขณะที่มรรคจิตเกิดขึ้นพร้อมด้วยองค์มรรคทั้ง ๘ องค์ ซึ่งมีองค์ของศีล (สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ) ด้วย ก็เป็นศีล ที่เป็นโลกุตตรศีล
     ศีล มีทั้งที่ประกอบด้วยปัญญา และไม่ประกอบด้วยปัญญา การแสดงถึงเรื่องการรักษาศีล ศาสนาไหนก็มี ที่มีการสอนให้งดเว้นจากทุจริตประการต่าง ๆ แต่ในขณะนั้นไม่มีปัญญาที่เข้าใจความจริง ไม่ได้เห็นโทษเห็นภัยของกิเลสอกุศลที่เกิดขึ้นเป็นไป เพียงแต่มีการงดเว้น อาจจะทำตาม ๆ กันเท่านั้น แต่ถ้าจะเป็นศีลที่ประกอบด้วยปัญญา มีเฉพาะในพระพุทธศาสนาเท่านั้น เมื่อมีการฟังพระธรรมศึกษาพระธรรม มากยิ่งขึ้น เข้าใจเพิ่มมากขึ้น ก็จะเป็นเครื่องอุปการะเกื้อกูลให้มีการงดเว้นจากทุจริตประการต่าง ๆ ด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง พร้อมทั้งเข้าใจธรรมตามความเป็นจริง ไม่ใช่เราที่รักษาศีล แต่เป็นธรรมฝ่ายดีที่เกิดขึ้นเป็นไปเท่านั้น เป็นศีลที่ประกอบด้วยปัญญา ศีลจะบริสุทธิ์ขึ้นเพราะมีความเข้าใจถูกเห็นถูกเพิ่มขึ้น ซึ่งจะต้องอาศัยการฟังพระธรรมศึกษาพระธรรมให้เข้าใจจริง ๆ
ศีลที่ประกอบด้วยปัญญา อันเป็นหนทางที่เป็นไปเพื่อการละกิเลส ดับกิเลสจนหมดสิ้น คือขณะใดที่สติปัฏฐานเกิด ระลึกรู้ความจริงของลักษณะของสภาพธรรมในขณะนั้น มีศีล สมาธิ และปัญญาด้วย มีศีล คือ อินทรียสังวรศีล ที่เป็นการสังวรด้วยสติ (สติสังวร) เพราะ สังวรก็ชื่อว่าศีล มีสัมมาสมาธิที่เป็นสมาธิ และมีปัญญาด้วย คือ สัมมาทิฏฐิในขณะนั้น
     ดังนั้น หนทางการอบรมปัญญา จึงไม่ใช่การพยายามที่จะทำศีลให้ได้ครบถ้วน เพราะศีลจะไม่บริบูรณ์ครบถ้วนเลย หากปราศจากปัญญา แต่เพราะอาศัยการฟังพระธรรมศึกษาพระธรรมปัญญาที่เจริญขึ้นย่อมทำให้กายและวาจา เป็นไปในทางที่เหมาะสม และศีลก็ดีขึ้น ตามปัญญาที่เจริญขึ้น และที่สำคัญที่สุด การฟังพระธรรมศึกษาพระธรรมในหนทางที่ถูกต้อง ในเรื่องสภาพธรรม และการเจริญสติปัฏฐาน ย่อมเป็นปัจจัยให้ สติปัฏฐานเกิด ซึ่งขณะที่สติปัฏฐานเกิด ก็มีศีล มีสมาธิ และที่สำคัญ มีปัญญาด้วย เป็นศีลที่ประกอบด้วยปัญญาที่รู้ความจริงว่าเป็นแต่เพียงธรรมไม่ใช่เรา ซึ่งเป็นหนทางการดับกิเลสอย่างแท้จริง ต่างจาก ผู้ที่รักษาศีล แต่ไม่เข้าใจหนทางการดับกิเลส หรือเข้าใจหนทางดับกิเลสผิดไป ศีลนั้นก็ไม่เป็นไปเพื่อรองรับ หรือเป็นเบื้องต้นของกุศลธรรม ที่จะทำให้กุศลอื่นๆ เจริญ มีปัญญา หรือ การเจริญวิปัสสนาเพิ่มขึ้นได้เลย เพราะตั้งอยู่บนรากฐาน คือความไม่เข้าใจหนทางในการดับกิเลส แม้จะรักษาศีลอย่างไรก็ตาม ก็ไม่สามารถดับกิเลส เพราะขาดปัญญาเป็นสำคัญ สมดังที่พระพุทะเจ้า ว่า ในบรรดากุศลธรรมทั้งหลาย เรากล่าวว่า วิชชา หรือปัญญา ประเสริฐ.

Related posts

ทานศีลภาวนา

อวิชชามีแต่ไม่ปรากฏ

“ทุกข์” ไม่ใช่สิ่งให้หนี…