สติปัฏฐาน จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมาจากการศึกษา ลักษณะสภาวะธรรมทั้งหลายโดยละเอียดและถูกต้อง จนเป็นความรู้ความเข้าใจเสียก่อน ดังนั้นการที่พยายามไปจดจองดัวยความต้องการ แม้มีสภาวะธรรมเกิดขึ้นในขณะนี้ก็ไม่สามารถที่จะรู้จะเข้าใจได้ถ้าไม่มีความเข้าใจขั้นพื้นฐานมาก่อน
วิปัสสนา
พระพุทธศาสนาเป็นเรื่องของปัญญาและความเห็นถูก การกระทำอะไรก็ตามที่ทำแล้วไม่รู้ ทำแล้วสงสัย ทำแล้วเป็นไปในการเพิ่มอกุศลจิต อกุศลธรรม มีความไม่รู้ ความไม่สบายใจ โทสะและกิเลสอื่นเพิ่มขึ้น นั่นไม่ใช่พระพุทธศาสนา เพราะเป็นหนทางที่ผิด ไม่ใช่หนทางที่ถูกและไม่ใช่ปัญญาเลย แต่การกระทำอะไรก็ตามเมื่อกระทำแล้ว กุศลเจริญขึ้นและปัญญาเจริญมากขึ้น นั่นเป็นพระพุทธศาสนาและเป็นหนทางที่ถูกตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้
วิปัสสนา หมายถึง การรู้แจ้ง สภาพธรรมที่รู้แจ้ง คือ ปัญญา แต่เมื่อเป็นวิปัสสนาภาวนา คือ การเจริญอบรมปัญญาให้มีมากขึ้น ซึ่งเป็นปัญญาที่เป็นหนทางสามารถละกิเลสได้จริง แต่ค่อยๆ ละไปเป็นลำดับ วิปัสสนาภาวนา เป็นหนทางที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ และทรงแสดงกับเหล่าสาวกให้ดำเนินตาม ซึ่งเรียกหลายชื่อ เช่น สติปัฏฐาน ๔ อริยมรรค เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการเจริญวิปัสสนาภาวนา ที่เป็นการรู้ความจริงของสภาพธรรมที่มีในขณะนี้ว่าเป็นแต่เพียงธรรมไม่ใช่เรา ซึ่งจะต้องอาศัยปัญญาขั้นพื้นฐาน คือ การฟังพระธรรมศึกษาพระธรรมเป็นสำคัญ ปัญญา ขั้นวิปัสสนาก็สามารถเกิดขึ้นได้ วิปัสสนาจึงไม่ใช่การนั่ง แต่คือการรู้ความจริงในขณะนี้ แม้ไม่นั่งก็รู้ได้
หนทางเดียว ที่จะทำให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังมีกำลังปรากฏตามความเป็นจริงนั้น ต้องฟังพระธรรมต้องศึกษาพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงด้วยความตั้งใจจริง ๆ เพราะพระธรรมทั้งหมดนั้นแสดงให้ผู้ฟังผู้ศึกษาได้เข้าใจตามความเป็นจริง และ สภาพธรรมซึ่งเป็นสิ่งที่มีจริงนั้น มีจริงในชีวิตประจำวัน ไม่ต้องไปทำอะไรที่ผิดปกติขึ้นมาในการที่จะรู้ธรรม ต้องเป็นปกติจริง ๆ ไม่ใช่ผิดปกติ
ธรรมเป็นเรื่องที่ละเอียดลึกซึ้งอย่างยิ่ง สำคัญที่การตั้งต้นก่อนว่า สิ่งนั้น คืออะไร วิปัสสนา เป็นปัญญาที่เห็นอย่างแจ่มแจ้ง มุ่งหมายถึงวิปัสสนาญาณขั้นต่าง ๆ เป็นสำคัญ และหมายถึงการอบรมเจริญสติปัฏฐานด้วย
การที่จะมีการรู้แจ้งในสภาพธรรมตามความเป็นจริงได้ ต้องสะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปทีละเล็กทีละน้อย จากการมีโอกาสได้ฟังเรื่องของสภาพธรรมที่มีจริง ๆ ในขณะนี้ ธรรมที่มีจริง ๆ ในขณะนี้เอง ที่เป็นที่ตั้งแห่งการระลึกรู้ตามความเป็นจริงได้ว่าเป็นธรรม ไม่ใช่เรา ซึ่งต้องมีเหตุที่สำคัญ คือ การฟังพระธรรมเป็นปกติในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่การไปทำอะไรด้วยความไม่รู้ ด้วยความจดจ้องต้องการ.