สิ่งที่ควรเจริญในชาตินี้ก็คือ ปัญญา เพราะเหตุว่า สิ่งอื่นไม่สามารถจะติดตามไปได้ ทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่มีอยู่ ก็ติดตามไปไม่ได้ แต่ปัญญา ความเข้าใจพระธรรมจากชาติหนึ่งไปอีกชาติหนึ่ง ก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้น
ปริยัติและสัจจญาณ
ปริยัติ เป็นการศึกษาให้เข้าใจในพระพุทธพจน์คือพระธรรมคำสอนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง เพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกในสิ่งที่มีจริงตามความเป็นจริง ถ้าหากว่าไม่มีการศึกษาพระธรรมคำสอนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ไม่มีความเข้าใจถูกเห็นถูกตั้งแต่ต้นแล้วไม่มีทางที่จะมีปัญญาเจริญขึ้นในขั้นต่อไป ที่เป็นขั้นระลึกรู้ตรงลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง จนถึงขั้นประจักษ์แจ้งความจริงดับกิเลสตามลำดับขั้นได้เลย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมตลอดระยะเวลา ๔๕ พรรษา ก็เพื่อประโยชน์คือความเข้าใจถูกเห็นถูกของผู้ที่ได้ฟังได้ศึกษาอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะศึกษาจากส่วนใดของพระธรรมคำสอน ก็เพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกในความเป็นจริงของธรรม ไม่ว่าจะได้ยินได้ฟังคำใด ก็ไม่พ้นไปจากเพื่อความเข้าใจถูกในความเป็นจริงของธรรม
สัจจญาณ เป็นปัญญาที่เข้าใจความจริงอย่างมั่นคงว่าธรรมเป็นอย่างนี้ ทุกข์ซึ่งเป็นสภาพธรรมที่เกิดดับเป็นอย่างนี้ เหตุแห่งทุกข์เป็นอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งถ้าไม่ได้ฟังพระธรรมจะมีความเข้าใจถูกเห็นถูกอย่างนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้น ไม่ใช่การไปติดที่คำ แต่เมื่อได้ฟังพระธรรมก็จะทำให้เริ่มรู้ว่า ปัญญาจะเจริญขึ้นได้ ต้องมาจากการฟังพระธรรม ขาดการฟังพระธรรมไม่ได้ เพราะความเข้าใจถูกในขั้นสัจจญาณ ก็เกื้อกูลต่อความเจริญของปัญญาในขั้นต่อไป ที่เป็นปัญญาที่รู้ตรงลักษณะของสภาพธรรมที่เป็นกิจจญาณ จนถึงวิปัสสนาญาณขั้นต่างๆ จนถึงการรู้แจ้งมรรคผลนิพพาน เป็นขั้นกตญาณ ทั้งหมดทั้งปวงนั้นต้องมีรากฐานมาจากความเข้าใจในขั้นการฟังรอบรู้ในพระธรรมคำสอนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงก่อน
การศึกษาพระธรรมนั้น จะเข้าใจน้อยหรือมาก ก็เป็นประโยชน์ แตกต่างจากขณะที่ไม่ได้ฟังและไม่เข้าใจอย่างสิ้นเชิง ซึ่งถ้าไม่ขาดการฟัง ฟังบ่อยๆ สะสมบ่อยๆ ความเข้าใจถูกเห็นถูกก็จะค่อยๆเจริญขึ้น ที่สำคัญความไม่รู้สะสมมานานแสนนาน จะให้ปัญญาเจริญขึ้นในทันทีทันใดนั้น เป็นไปไม่ได้ ก็ต้องอาศัยกาลเวลาที่ยาวนานในการอบรมเจริญปัญญา ไม่ใช่เพียงแค่ชาติ สองชาติเท่านั้น
พระไตรปิฎกกับอรรถกถาช่วยให้เราไม่ผิด ถ้าเรามีความเข้าใจถูก จะมีอยู่ทั้งหมดตรงตามที่เราเข้าใจ แต่ถ้าเราเข้าใจผิด อันนี้จะไม่ตรงกับอันนั้น อันนั้นจะไม่ตรงกับอันนี้ ถ้าเรามีความเข้าใจถูกตั้งแต่ต้นจะสอดคล้องหมด เพราะเราก็จะพบข้อความอย่างนี้ตรงตามที่เข้าใจถูก
ความเข้าใจถูกตั้งแต่ต้นเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุด ถ้าเรามีความเข้าใจผิดตั้งแต่ต้น จะค่อยๆ ผิดไปทีละเรื่องๆ เพราะเวลาที่เราไปเจออะไร ก็ไม่เหมือนกับที่เราเคยเจอมาก่อน เพราะฉะนั้นอันนี้ต้องผิด แต่ความจริงข้อความจะเหมือนกันตลอดไม่ได้ เพราะว่ากว้างขวางมาก แสดงตรงนี้ส่วนหนึ่ง แสดงตรงนั้นส่วนหนึ่ง อีกที่หนึ่งอีกหลายส่วน เพราะฉะนั้นต้องเอาทั้งหมดมาประกอบกัน สอดคล้องกันเมื่อไร เมื่อนั้นเป็นความถูกต้องที่จะไม่ขัดกันเลย.