ประโยชน์และมิใช่ประโยชน์

พระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง เป็นเรื่องที่ยาก ละเอียดลึกซึ้ง ดังนั้น การอบรมปัญญาจึงต้องเป็นไปตามลำดับขั้น คือ เริ่มจาก การฟังพระธรรมให้เข้าใจ ซึ่งต้องใช้เวลาและอบรมยาวนาน  เมื่อมีความเข้าใจพระธรรมแล้ว ปัญญาขั้นการฟังนั่นเองที่จะเป็นปัจจัยให้เกิดการปฏิบัติที่ถูกต้องคือ การเกิดสติ และปัญญารู้ความจริงของสภาพธรรมที่มีในขณะนี้

ประโยชน์และมิใช่ประโยชน์

คำว่า ประโยชน์ หมายถึง นำมาซึ่งคุณงามความดีต่างๆ ไม่มีโทษ ในพระพุทธศาสนา ประโยชน์มีหลายระดับ ประโยชน์ คือกุศลธรรม ความดี เพราะเป็นธรรมที่ไม่มีโทษ นำมาซึ่งประโยชน์ส่วนตน และผู้อื่น ประโยชน์ในโลกนี้ และโลกหน้า มีการเกิดในภพภูมิที่ดี เป็นต้น ประโยชน์โลกนี้ คือการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องด้วยกุศลธรรม เพราะฉะนั้นประโยชน์ คือ กุศลธรรมทั้งหลาย พระพุทธองค์จึงทรงสรรเสริญกุศลธรรมประการต่างๆ ว่าเป็นธรรมที่มีประโยชน์ ไม่มีโทษ จนถึงธรรมที่เป็นประโยชน์สูงสุด คือพระนิพพาน ซึ่งพระธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดงทั้งหมดทั้งปวง เป็นไปเพื่อประโยชน์ ยังกุศลคุณงามความดีต่างๆ ให้เจริญขึ้น ตั้งแต่เล็กๆ น้อยๆ จนถึงสามารถที่จะพ้นทุกข์ ดับกิเลสได้ในที่สุด
ส่วนธรรมที่ไม่เป็นประโยชน์ คือ สิ่งที่เป็นเรื่องราวทางโลก ที่ไม่นำมาซึ่งการละคลายกิเลส ไม่เป็นไปเพื่อเจริญขึ้นของปัญญา เช่น เรื่องของโลก จักรวาล เป็นต้น เพราะแม้รู้ไปก็ไม่สามารถละกิเลสได้ กลับเพิ่มกิเลส เพิ่มความสงสัย
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 449 สีสปาสสูตร
ภิกษุทั้งหลาย สิ่งที่เรารู้แล้วมิได้บอกเธอทั้งหลายมีมาก ก็เพราะเหตุไร เราจึงไม่บอก เพราะสิ่งนั้นไม่ประกอบด้วยประโยชน์ มิใช่พรหมจรรย์เบื้องต้น ย่อมไม่เป็นไปเพื่อความหน่าย ความคลายกำหนัด ความดับ ความสงบ ความรู้ยิ่ง ความตรัสรู้ นิพพานเพราะเหตุนั้น เราจึงไม่บอก.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สิ่งอะไรเราได้บอกแล้ว เราได้บอกแล้วว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุหทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ก็เพราะเหตุไร เราจึงบอกเพราะสิ่งนั้น ประกอบด้วยประโยชน์ เป็นพรหมจรรย์เบื้องต้น ย่อมเป็นไปเพื่อความหน่าย ความคลายกำหนัด ความดับ ความสงบ ความรู้ยิ่ง ความตรัสรู้ นิพพาน เพราะฉะนั้น เราจึงบอก ดูก่อนภิกษุทั้งหลายเพราะฉะนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงการทำความเพียรเพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่านี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา.
พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงอุบัติขึ้นในโลกเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์โลกอย่างแท้จริง เมื่อพระองค์ทรงตรัสรู้สภาพธรรมตามความเป็นจริงแล้ว ทรงมีพระมหากรุณาที่จะเกื้อกูลสัตว์โลกให้ได้เข้าใจธรรมซึ่งเป็นสิ่งที่มีจริงเหมือนอย่างพระองค์ จึงทรงประกาศพระศาสนา ด้วยการทรงแสดงพระธรรมเพื่อให้สัตว์โลกผู้ที่ได้สะสมเหตุที่ดีมา ได้ฟังได้ศึกษาสะสมปัญญาต่อไป ซึ่งมีผู้ที่ได้รับประโยชน์จากพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดงมากมายนับไม่ถ้วน
พระองค์ได้ทรงแสดงพระธรรมตลอด ๔๕ พรรษา ตั้งแต่เริ่มประกาศพระศาสนา จนถึงจวนจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน นับคำไม่ถ้วน ทั้งหมดล้วนเป็นคำจริงเป็นคำอนุเคราะห์เกื้อกูลให้ได้มีความเข้าใจถูกเห็นถูกตามความเป็นจริง และพระธรรมก็สืบต่อมาจนถึงขณะนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พระธรรมคำสอนยังดำรงอยู่ ควรอย่างยิ่งที่จะได้ศึกษาด้วยความละเอียดรอบคอบจริงๆ ศึกษาเมื่อใดเข้าใจเมื่อใด ย่อมเป็นประโยชน์เมื่อนั้น เป็นไปเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ละคลายความไม่รู้และความเห็นผิด เป็นต้น พระธรรมที่พระองค์ทรงแสดงนั้น ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของพระสูตร พระวินัย รวมถึงพระอภิธรรมด้วย ก็เพียงพอต่อความเข้าใจของผู้ที่ฟัง ได้ศึกษาอย่างแท้จริง สำคัญที่จุดประสงค์ที่ถูกต้องในการศึกษา ว่าศึกษาเพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกจริงๆ ไม่ใช่เพื่ออย่างอื่น
พระธรรมที่ทรงแสดงทั้งหมดทุกคำย่อมประกอบด้วยประโยชน์ ซึ่งก็มีเป็นอันมาก แต่ทั้งหมดก็เป็นเพียงส่วนน้อยเมื่อเทียบกับความรู้ทั้งหมดของพระองค์ เมื่อพระธรรมที่ทรงแสดงนั้นมีมากยากที่จะศึกษาทำความเข้าใจโดยทั้งหมดสำหรับคนในยุคนี้ จึงมีผู้เข้าใจผิดคิดว่าไม่ต้องศึกษามาก ศึกษานิดหน่อยก็พอ เอาแต่ที่สำคัญๆ แล้วก็กล่าวว่าเหมือนใบไม้ ๒-๓ ใบ จากพระธรรมทั้งหมดที่ทรงแสดง ซึ่งไม่ถูกต้อง ไม่พอที่จะเป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นปัญญาที่จะเจริญขึ้นได้ แต่จะศึกษาทำความเข้าใจได้มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นกับแต่ละท่านที่สะสมปัญญามาไม่เท่ากัน ซึ่งจะรู้ได้ด้วยตัวของท่านเอง.

Related posts

ความเห็นผิด

จะอยู่ในโลกนี้อีกไม่นาน

แสวงหา