ศาสนาจะรุ่งเรือง ไม่ใช่อยู่ที่จำนวนของพระภิกษุที่มีมาก ที่เป็นพระทุศีล รับเงินทอง ไม่ปฏิบัติตาม พระธรรมวินัย แต่ตรงกันข้าม ยิ่งมีพระทุศีลไม่ดีมากเท่าใด ก็แสดงถึงความเสื่อมไปของพระพุทธศาสนา
ดำรงมั่นแห่งพระธรรมวินัย
อาศัยพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง เกิดปัญญาความเข้าใจถูกเห็นถูก ก็สามารถที่จะเข้าใจได้ว่า ภิกษุคือใคร ตรงตามความเป็นจริง สำหรับในฐานะที่เป็นคฤหัสถ์ เมื่อได้เข้าใจอย่างถูกต้องแล้วว่าภิกษุคือใคร ก็จะได้ไม่ไปส่งเสริมสนับสนุนภิกษุอลัชชีผู้ไม่มีความละอาย มีรับเงินทอง เป็นต้น และเมื่อได้เข้าใจอย่างถูกต้อง ก็ไม่เห็นด้วยกับความประพฤติที่ผิดพระวินัยของพระภิกษุ หรือพฤติกรรมที่ทำลายพระธรรมวินัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ดีแล้ว แต่จะมีความจริงใจ อาจหาญ กล้าที่จะเปิดเผยความจริง ตรงตามพระธรรมวินัย ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง เพื่อความเข้าใจถูกของผู้อื่น ด้วยความเป็นมิตร หวังดี เพื่อความดำรงมั่นแห่งพระธรรมวินัยอันบริสุทธิ์ยิ่ง ต่อไป
เพราะฉะนั้นแล้ว จึงเป็นเครื่องเตือนที่ดีว่า แต่ละคนควรอบรมเจริญปัญญาในเพศใด แม้ไม่ได้สละอาคารบ้านเรือนอุปสมบทเป็นพระภิกษุก็สามารถอบรมเจริญปัญญา สะสมความดีในเพศคฤหัสถ์ได้ เพราะไม่มีข้อบังคับว่าจะต้องอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ข้อที่น่าพิจารณาคือ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้บวช แต่เป็นคฤหัสถ์ผู้ดำรงตนอยู่ในธรรมอันดีงาม ไม่ประมาทในการเจริญกุศลทุกประการ และมีโอกาสศึกษาพระธรรม ฟังพระธรรม อบรมเจริญปัญญา สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปทีละเล็กทีละน้อย กล่าวได้ว่า ชีวิตในชาตินี้ย่อมไม่เปล่าประโยชน์อย่างแน่นอน ถ้าเป็นอย่างนี้ได้ ก็ย่อมจะดีกว่าบวชไปแล้วเป็นภิกษุที่ไม่ดี ไม่มีความรู้ความเข้าใจพระธรรม ไม่ได้ขัดเกลากิเลส เพราะเหตุว่า เป็นคฤหัสถ์ ก็สามารถฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมน้อมประพฤติตามพระธรรม ตามควรแก่เพศของตน สะสมความดีและปัญญาเป็นที่พึ่งต่อไปในภายหน้าได้ นี้แหละ คือ สิ่งที่เป็นประโยชน์จริงๆ
ดังนั้น พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง จึงเป็นประโยชน์เกื้อกูลสำหรับผู้ที่ได้ฟังได้ศึกษาอย่างแท้จริง ทำให้เป็นผู้มีเหตุผล ไม่ทำอะไรตามๆ กัน โดยไม่ได้พิจารณาในความเป็นจริง เพราะได้อาศัยคำจริงแต่ละคำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง มีพระองค์เป็นที่พึ่ง ด้วยการตั้งใจฟัง ตั้งใจศึกษาด้วยความเคารพ เพราะเหตุว่าทุกคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทำให้ จากคนที่เคยไม่เข้าใจอะไรเลย เป็นผู้ที่เข้าใจความจริงยิ่งขึ้น กล่าวคือ มีปัญญาค่อยๆ เจริญขึ้นไปตามลำดับ เพราะฉะนั้นแล้ว ควรอย่างยิ่งที่จะเป็นผู้ไม่ประมาทในชีวิต และไม่ประมาทกำลังของกิเลส พึงเป็นผู้ฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม อบรมเจริญปัญญา เพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกในสภาพธรรมตามความเป็นจริง ซึ่งจะเป็นที่พึ่งในชีวิตได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นคฤหัสถ์หรือบรรพชิต ก็ควรที่จะได้ฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมให้เข้าใจ ไม่ประมาทในคำจริงที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ซึ่งเป็นไปเพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกโดยตลอด ไม่มีโทษเลยแม้แต่น้อย ความเข้าใจพระธรรมเท่านั้นที่จะเป็นไปเพื่อการขัดเกลากิเลส และนำไปสู่ความดีทั้งปวง ทำให้ธรรมฝ่ายดี เจริญมั่นคงยิ่งขึ้นอย่างแท้จริง