จบกิจเป็นอย่างไร?

#จบกิจเป็นอย่างไร?

เมื่อมีผัสสะเกิดขึ้นที่สฬายตนะทั้งหก ทั้งภายใน ทั้งภายนอก
(ตา รูป หู เสียง จมูก กลิ่น ลิ้น รสชาติ กาย โผฏฐัพพะ ใจ ธรรมารมณ์)

วิญญาณเข้าไปรู้แล้ว…
แต่ไม่มีการถือขึ้นมา ไม่มีการเอามา ไม่มีความรักในสฬายตนะนั้น
ไม่หวงแหน ไม่ตระหนี่ ไม่ครอบครอง ไม่รักษา ไม่ปกป้อง ฯ
ไม่มีภาระในสฬายตนะนั้น ไม่มีสุข ทุกข์ ไม่หนัก ไม่ต้องรับรู้ว่าหนัก
ไม่ต้องกระวนกระวายกับความหนัก ฯ
ไม่ต้องเสวยความหนัก ไม่ต้องคิดหาหนทางละวาง
ไม่ต้องปฏิบัติเพื่อละวาง ไม่ต้องวาง ไม่ต้องรับรู้ผลจากการวาง ไม่ต้องเสวยผลจากการวาง ฯ

ผู้ใดเห็นได้เช่นนี้…
ย่อมรู้ด้วยตนของตนเองว่า…หลุดพ้นแล้ว
พรหมจรรย์อยู่ จบแล้ว
กิจที่ควรทำ ได้ทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจใดที่จะต้องทำ เพื่อความเป็นอย่างนี้อีก

#จึงมีภาวะที่พระพุทธเจ้าทรงอุปมาไว้ว่า…
(๑).เปรียบเหมือน บุคคลกู้หนี้มาค้าขาย ค้าขายเสร็จแล้ว มีทรัพย์ใช้เจ้าหนี้เรียบร้อยแล้ว ยังมีทรัพย์เหลือเลี้ยงดูครอบครัว
(๒).เปรียบเหมือน บุคคลเป็นทาส แล้วได้รับการปลดปล่อย พ้นจากความเป็นทาส ได้เป็นนายของตนเอง
(๓).เปรียบเหมือน บุคคลเจ็บป่วยปางตาย ไม่มีโอกาสรอด แล้วโรคนั้นกลับหาย แข็งแรงเหมือนคนปกติ
(๔).เปรียบเหมือน บุคคลถูกจองจำตลอดชีวิต แล้วได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ
(๕).เปรียบเหมือน บุคคลมีทรัพย์มาก เดินทางไปในทางที่มีโจรคอยปล้นชิง แล้วพ้นมาได้โดยสวัสดี

… พระอาจารย์ขวัญ

เมื่อแยกพันธะแห่งความเกี่ยวเนื่อง “จิต” กับสรรพสิ่งทั้งปวงได้แล้ว
จิต ก็จะหมดพันธะกับเรื่องโลก… รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส
จะดีหรือเลว มันขึ้นอยู่กับจิต ที่ออกไปปรุงแต่งทั้งนั้น

แล้วจิต…ที่ขาดปัญญาย่อมเข้าใจผิด
เมื่อเข้าใจผิดก็หลงอยู่ภายใต้อำนาจของเครื่องร้อยรัดทั้งหลาย
ทั้งทางกาย และทางใจ

อันโทษทัณฑ์ทางกาย อาจมีคนอื่นช่วยปลดปล่อยได้บ้าง
ส่วนโทษทางใจ…มีกิเลสตัณหาเป็นเครื่องรึงรัดไว้นั้น…
ต้องรู้จักปลดปล่อยตน “ด้วยตนเอง”

พระอริยเจ้าทั้งหลาย…
ท่านพ้นจากโทษทั้งสองทาง ความทุกข์.. จึงครอบงำไม่ได้

… หลวงปู่ดูลย์ อตุโล.

Related posts

มหาอกัปปิยะ

เข้าใจไตรลักษณ์

เข้าใจว่าตายแล้วเกิด เป็นโมฆบุรุษอย่างไร