ความเห็นผิด

( Somboon )

ผู้ที่มีความเห็นผิด ย่อมลูบคลำข้อปฏิบัติผิด เป็นข้าศึกต่อสัมมาทิฏฐิ ไม่มีทางที่จะบรรลุธรรมได้เลย เพราะหนทางปฏิบัติที่ถูกต้องเริ่มจากมีความเห็นถูกคือ สัมมาทิฏฐิ ดังนั้นผู้ที่มีความเห็นผิดจึงเป็นตอของวัฏฏะ การไม่ศึกษาพระธรรมคำสอนอย่างละเอียดรอบครอบ เป็นผู้ผิวเผินในการศึกษา ทำตามๆ กันโดยไม่มีความรู้ความเข้าใจ ย่อมตกไปสู่ความเห็นผิด

ความเห็นผิด

      ความเห็นผิด เป็นสภาพธรรมที่มีจริง เป็นสภาพธรรมที่เป็นอกุศลธรรม เป็นสิ่งที่ไม่ดี ความเห็นผิด หรือ มิจฉาทิฏฐิ พระพุทธองค์แสดงไว้ว่า มีโทษมาก อันตรายเพราะ ความเห็นผิด (มิจฉาทิฏฐิ) เมื่อเกิดขึ้น ย่อมทำให้คิดผิด (มิจฉาสังกัปปะ) คือ คิดติดข้องในสิ่งต่างๆ (กามวิตก) คิดเบียดเบียนผู้อื่น (วิหิงสาวิตก) คิดปองร้ายผู้อื่น (พยาบาทวิตก) เมื่อคิดผิด ก็ทำให้มีวาจาที่ผิด (มิจฉาวาจา) คือ พูดเท็จ พูดหยาบ พูดส่อเสียดและพูดเพ้อเจ้อ และเพราะเห็นผิด การกระทำทางกายก็ผิด (มิจฉากัมมันตะ) คือ ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ เป็นต้น และทำให้มีอาชีพที่ผิด (มิจฉาอาชีวะ) มีความเพียร ที่ผิด ที่เป็นไปในอกุศล (มิจฉาวายามะ) มีความระลึกผิด มีความตั้งมั่นผิด และทำให้สิ่งต่าง ๆ และอกุศลธรรมประการต่าง ๆ เจริญขึ้น เพราะมีความเห็นผิด ความเห็นผิด จึงมีโทษมาก เพราะไม่สามารถทำให้สัตว์หลุดพ้นไปจากสังสารวัฏฏ์ และนำมาซึ่งทุกข์โทษประการต่าง ๆ มีการเกิดในอบายภูมิ เป็นต้น 
      หากเราเข้าใจความจริงว่า ความเห็นผิดเป็นสภาพธรรม ไม่ว่าเกิดกับใครก็เป็นสภาพธรรมที่ไม่ดี แต่ไม่มีใคร หรือบุคคลใดที่เห็นผิด แต่เป็นสภาพธรรมที่เกิดขึ้นและดับไปทำหน้าที่ ให้ไม่รู้ความจริงและเข้าใจคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ความเห็นผิด หรือ มิจฉาทิฏฐิ เกิดกับโลภมูลจิต ๔ ดวง ซึ่งผู้ที่มีความเห็นผิด ย่อมยึดมั่นในความเห็นนั้นด้วยอำนาจโลภะ เข้าใจว่าความเห็นผิดนั้นว่าเป็นปัญญา หรือความเห็นถูก จึงไม่สามารถที่จะละทิ้งความผิดนั้นได้ จนกว่าจะได้ฟังพระธรรมที่ถูกต้อง ความเห็นผิดเป็นเหตุปัจจัยให้การกระทำทางกาย วาจา และใจ ไม่ตรงตามความเป็นจริง และเป็นไปในอกุศลธรรม ผู้ที่เห็นโทษของกิเลส จึงศึกษา อบรมปัญญา และเมื่อปัญญาเจริญขึ้น กาย วาจาและใจก็น้อมไปในทางที่ดีขึ้น เพราะมีความเห็นถูกเป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งจะมีความเห็นถูกได้ ก็ด้วยการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม ด้วยความแยบคายและด้วยจุดประสงค์ที่ถูกต้อง
      ผู้ที่มีความเห็นผิด ย่อมลูบคลำข้อปฏิบัติผิด เป็นข้าศึกต่อสัมมาทิฏฐิ ไม่มีทางที่จะบรรลุธรรมได้เลย เพราะหนทางปฏิบัติที่ถูกต้องเริ่มจากมีความเห็นถูกคือ สัมมาทิฏฐิ ดังนั้นผู้ที่มีความเห็นผิดจึงเป็นตอของวัฏฏะ การไม่ศึกษาพระธรรมคำสอนอย่างละเอียดรอบครอบ เป็นผู้ผิวเผินในการศึกษา ทำตามๆ กันโดยไม่มีความรู้ความเข้าใจ ย่อมตกไปสู่ความเห็นผิด
      ความเห็นผิด หรือ มิจฉาทิฏฐิ นั้น มีโทษมากอย่างยิ่ง เพราะเมื่อมีความเห็นผิดแล้ว ย่อมทำให้การกระทำทางกาย การกระทำทางวาจา และการกระทำทางใจ ก็ผิดไปทั้งหมด และถ้าเป็นความเห็นผิดที่มีกำลังเป็น นิยตมิจฉาทิฏฐิ (ความเห็นผิดที่ดิ่ง) แล้ว ไม่สามารถจะแก้ไขได้เลย มีอบายเป็นที่ไปในเบื้องหน้าแน่นอน ยากที่จะพ้นไปจากสังสารวัฏฏ์ได้ ความเห็นผิดตรงกันข้ามกับความเห็นถูกอย่างสิ้นเชิง ความเห็นถูกจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ถ้ามีความเห็นถูก กาย วาจา ใจ ย่อมเป็นไปในทางที่ถูกด้วย ก็จะเป็นหนทางนำไปสู่สุคติ คือ มนุษย์ภูมิและสวรรค์ และสามารถทำให้รู้แจ้งอริยสัจจธรรมดับกิเลสได้ตามลำดับขั้นได้ แต่ถ้ามีความเห็นผิด กาย วาจา และใจ ย่อมเป็นไปในทางที่ผิด ผลที่จะเกิดขึ้น คือ เป็นเหตุให้เข้าถึง อบาย ทุคติ วินิบาต นรก ซึ่งน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง  ความเห็นถูกจะค่อย ๆ เจริญขึ้นได้ ก็เพราะอาศัยการศึกษา การฟังพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดง บ่อย ๆ เนือง ๆ เป็นปกติในชีวิตประจำวัน ด้วยความละเอียดรอบคอบ พร้อมทั้งน้อมประพฤติปฏิบัติตามพระธรรม ด้วยความจริงใจ ด้วย

Related posts

มหาอกัปปิยะ

เข้าใจไตรลักษณ์

เข้าใจว่าตายแล้วเกิด เป็นโมฆบุรุษอย่างไร