ความเป็นผู้ตรง

ความเป็นผู้ตรง จริงใจ ย่อมเป็นสภาพธรรมที่อุปการะส่งเสริมเกื้อหนุนให้กุศลธรรมทั้งหลายเกิดขึ้นและเจริญขึ้น เพราะว่าตรงต่อการที่จะขัดเกลากิเลสของตนเอง ขณะใดที่กุศลจิตไม่เกิด แล้วระลึกขึ้นได้ว่า ควรที่จะเป็นผู้มีความจริงใจต่อการเจริญกุศล ก็จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้กุศลเกิดขึ้นได้

ความเป็นผู้ตรง

ความเป็นผู้ตรง ภาษาบาลีใช้คำว่า อุชุกตา หมายถึง ความเกิดขึ้นเป็นไปของธรรมฝ่ายดี เมื่อธรรมฝ่ายดีเกิดขึ้น ย่อมตรง ไม่เป็นไปทางฝ่ายอกุศลโดยประการใดๆ เลย เมื่อกล่าวถึงความเป็นจริงของธรรมแล้ว ก็ไม่มีสัตว์ ไม่มีบุคคล ไม่มีตัวตน มีแต่ธรรมเท่านั้นที่เกิดขึ้นทำกิจหน้าที่ แม้แต่ความเป็นผู้ตรง ก็คือ ความเกิดขึ้นเป็นไปของสภาพธรรมฝ่ายที่เป็นนามธรรม คือ จิต และ เจตสิกธรรม ที่เกิดร่วมด้วย ซึ่งตรงต่อความดี ตามข้อความในอัฏฐสาลินี อรรถกถา พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณีปกรณ์ ว่า ภาวะแห่งขันธ์ ๓ (เวทนาขันธ์, สัญญาขันธ์, สังขารขันธ์) อันตรง และ วิญญาณขันธ์ (จิต) อันตรง เรียกว่า อุชุกตา.
พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ทุกคำ เกิดจากพระปัญญาตรัสรู้ของพระองค์ เป็นคำที่มีค่าอย่างยิ่ง เป็นไปเพื่อประโยชน์ คือ ความเข้าใจถูกเห็นถูกโดยส่วนเดียว ไม่มีโทษเลยจากคำจริงที่พระองค์ทรงแสดง และผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากพระธรรมนั้น ต้องเป็นผู้มีความตรงจริงใจที่จะฟังที่จะศึกษา ไม่ใช่เพื่ออย่างอื่น แต่เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อขัดเกลาความไม่รู้ของตนเองที่สะสมมาอย่างมากและยาวนานในสังสารวัฏฏ์ ซึ่งถ้าไม่เริ่มฟังพระธรรมตั้งแต่ในขณะนี้ ก็ชื่อว่า ยังไม่เริ่มที่จะขัดเกลาความไม่รู้ นั่นหมายความว่า จะเป็นผู้ไม่รู้ต่อไปเรื่อยๆ สะสมความไม่รู้เพิ่มมากขึ้นต่อไป ไม่พ้นจากทุกข์ในสังสารวัฏฏ์
ความเป็นผู้ตรง จริงใจ ย่อมเป็นสภาพธรรมที่อุปการะส่งเสริมเกื้อหนุนให้กุศลธรรมทั้งหลายเกิดขึ้นและเจริญขึ้น เพราะว่าตรงต่อการที่จะขัดเกลากิเลสของตนเอง ขณะใดที่กุศลจิตไม่เกิด แล้วเกิดระลึกขึ้นได้ว่า ควรที่จะเป็นผู้มีความจริงใจต่อการเจริญกุศล อย่างนี้ ก็จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้กุศลเกิดขึ้นได้ หรือว่า ในขณะที่อกุศลกำลังเกิด ไม่เป็นผู้ที่จริงใจที่จะละคลายอกุศล ขณะนั้นก็เป็นโอกาสให้อกุศลเกิดขึ้น แต่ว่าขณะที่อกุศลเกิดแล้ว เป็นผู้ที่จริงใจต่อการที่จะละคลายอกุศล ขณะนั้น กุศล ก็เกิดขึ้นต่อไปได้
การศึกษาพระธรรม ไม่ใช่เพื่ออย่างอื่น ไม่ใช่เพื่อลาภ ยศ สรรเสริญ แต่ว่าเพื่อให้เข้าใจถูกเห็นถูกในลักษณะของสภาพธรรม ที่กำลังปรากฏในขณะนี้ตามความเป็นจริง เพื่อขัดเกลากิเลส เพื่อละความไม่รู้ ฟังพระธรรมเพราะรู้ว่ามีความไม่รู้และกิเลสมากมาย กิเลสมากมายอย่างนี้ จะเก็บไว้ทำไม ควรที่จะได้หาทางขัดเกลาละคลาย ปัญญา เป็นสภาพธรรมที่ตรง ที่จะเห็นโทษของอกุศล และเห็นประโยชน์ของกุศล เพราะฉะนั้น ต้องมาจากความรู้ถ้าเป็นกุศล สำหรับอกุศลแล้ว มาจากความไม่รู้ เพราะไม่รู้จึงเป็นทุกข์มากมาย เป็นทุกข์เพราะโลภะบ้าง เป็นทุกข์เพราะโทสะบ้าง เป็นทุกข์ในสารพัดเรื่อง เพราะความไม่รู้ แต่ถ้าเป็นปัญญา ไม่มีทางที่จะนำมาซึ่งความทุกข์ความเดือดร้อนใดๆ เลย
ผู้ที่เป็นชาวพุทธ ที่กล่าวว่ามีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ถ้าเป็นผู้ตรง จริงใจ ก็จะต้องศึกษาพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง เพื่อรู้ว่าพระปัญญาคุณนั้นทรงตรัสรู้อะไร ชาวพุทธที่มีโอกาสได้ฟังได้ศึกษาพระธรรมซึ่งสืบทอดมาจนถึงยุคนี้สมัยนี้ ก็ควรที่จะได้ศึกษาโดยละเอียดด้วยความเคารพอย่างยิ่งในความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ ศึกษาแต่ละคำที่พระองค์ทรงแสดงให้เข้าใจจริงๆ เมื่อนั้น ก็จะชื่อว่า เป็นชาวพุทธที่แท้จริง สมกับชื่อว่าเป็นชาวพุทธที่มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง
ถ้าแต่ละคนในประเทศชาติมีคุณธรรม มีคุณความดี มีความเข้าใจพระธรรม ย่อมจะไม่มีปัญหาเลย ไม่เดือดร้อน มีแต่ความสงบสุข เพราะเป็นกุศล แต่ทั้งหมดที่เกิดความวุ่นวาย เกิดความไม่สงบ เป็นเพราะอกุศล อกุศลทั้งหลาย จะค่อยๆ ละลดลงไปได้อย่างไร ถ้าไม่มีปัญญา ก็ละไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น ก็เป็นโอกาสที่มีค่ายิ่งที่เกิดมาเป็นมนุษย์แล้วได้พระฟังธรรม ศึกษาพระธรรม ได้สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูก เพื่อเป็นคนดียิ่งขึ้น มีปัญญาเป็นเครื่องนำทางชีวิตที่ดี นำไปสู่คุณความดี ทั้งปวง ตรงต่อการที่จะได้สะสมคุณความดี เพื่อขัดเกลากิเลสของตนเองต่อไป.

Related posts

ความเห็นผิด

จะอยู่ในโลกนี้อีกไม่นาน

แสวงหา