เราเป็นคนที่อยู่ในเมืองไทย ได้ยินคำว่า พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระรัตนตรัย โดยที่เราไม่รู้เลยว่า คืออะไร ก็เท่ากับเหมือนคนที่เหมือนรู้แต่ไม่รู้ ซึ่งเราจะยอมเป็นคนอย่างนั้นหรือไม่ คือเป็นคนที่ เหมือนรู้แต่ไม่รู้ เพราะฉะนั้นเราควรที่จะรู้จริงๆ มากกว่าเหมือนรู้ แต่ความจริงพอคนอื่นถาม เราก็ไม่รู้อะไรเลย
เหมือนรู้แต่ไม่รู้
เราทุกคนจะมีความคิด แต่ว่าความคิดอย่างเดียวไม่พอ เราจะต้องมีเหตุผลด้วย อย่างเราบอกว่า ธรรมะมีประโยชน์ แต่เรายังไม่รู้เลยว่า ธรรมคืออะไร เพราะฉะนั้นถ้าเรารู้ว่า ธรรมคืออะไร เราจะยิ่งเห็นประโยชน์มากขึ้น
เราก็ต้องเข้าใจแต่ละคำที่เราได้ยินให้ชัดเจน แล้วเป็นคนที่มีเหตุผลด้วย ถ้าคนที่ไม่มีเหตุผล การศึกษาธรรมจะไม่ได้ประโยชน์อะไร เพราะเหตุว่าใครเป็นผู้แสดงธรรม บางคนอาจจะบอกว่า คนนั้นแสดงธรรม คนนี้แสดงธรรม หรือศาสนาโน้นแสดงธรรม ศาสนานี้แสดงธรรม แต่ว่าธรรมจริงๆ หมายความถึงสิ่งที่มีอยู่จริงๆ เพราะฉะนั้นใครก็ตามแสดงให้เข้าใจสภาพที่มีอยู่จริงๆ ได้ละเอียด ได้ลึกซึ้ง คนนั้นจึงจะชื่อว่า แสดงธรรม แต่ถ้าเขาเอามาเพียงบางส่วน ไม่ครบถ้วน คนนั้นก็ได้แต่มีความรู้ความเข้าใจเพียงบางส่วน
แต่สำหรับพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พวกเราทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยต้องเคยได้ยินว่า เป็นผู้เลิศกว่าบุคคลอื่นทั้งหมด เพียงแต่เรายังไม่ทราบว่า เลิศอย่างไร และเลิศแค่ไหน ตอนเป็นเด็กเราก็ถูกพ่อแม่สอนให้กราบไหว้ แม้เพียงเป็นเด็กเล็กๆ ก่อนจะนอนให้ไหว้พระ นี่ก็แสดงให้เห็นว่า ต้องมีคนหนึ่งซึ่งสูงที่สุด ฉลาดที่สุด เพราะเหตุว่าแม้ว่าสมัยนี้จะไม่มี แล้วผ่านไปแล้วถึง ๒,๕๐๐ กว่าปี แต่พระธรรมที่ทรงแสดง และคนเลื่อมใสนับถือนั้น ยังมีมากมาย และสืบต่อไปเรื่อยๆ
เพราะฉะนั้นก็ต้องเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากจริงๆ ที่ว่าไม่สูญไป แต่ทีนี้ถ้าเราเป็นคนที่อยู่ในเมืองไทย ได้ยินคำว่า พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระรัตนตรัย โดยที่เราไม่รู้เลยว่า คืออะไร ก็เท่ากับเหมือนคนที่เหมือนรู้แต่ไม่รู้ ซึ่งเราจะยอมเป็นคนอย่างนั้นหรือไม่ คือเป็นคนที่ เหมือนรู้แต่ไม่รู้ เพราะฉะนั้นเราควรที่จะรู้จริงๆ มากกว่าเหมือนรู้ แต่ความจริงพอคนอื่นถาม เราก็ไม่รู้อะไรเลย
ธรรมเป็นคำสอนของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งไม่มีใครเทียบได้เลย เวลานี้เราอาจยังไม่รู้ว่า ทำไมถึงกล่าวว่าไม่มีใครเสมอเหมือน เพราะว่าเรายังไม่ได้ศึกษา เราต้องค่อยๆ ไต่ไปตามเหตุผล ความคิดของเราจะถูกจะผิดอย่างไร เราแสดงได้ แต่ขณะเดียวกันเราก็ต้องคิดให้กว้างไกลออกไป
พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ว่ากี่พระองค์ ตั้งแต่อดีตมาจนถึงสมัยนี้ ก็แสดงว่าต้องมีบุคคลหนึ่งซึ่งเลิศจริงๆ และเราก็มีโอกาสจะได้ฟังพระธรรม ที่จะเห็นความที่ไม่มีใครเปรียบได้เลยกับพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ว่าขอถามอีกนิดหนึ่งที่ว่า ธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้จะยากหรือจะง่าย ลองคิดดู ต้องใช้ความคิด ต้องพิจารณา แล้วให้เป็นความเข้าใจของเราเอง ไม่ใช่ไปตามใคร แต่เราต้องพิจารณาจนมีความเห็นอย่างนั้นจริงๆ และมีเหตุผลด้วย
เวลานี้คำสอนของพระพุทธเจ้ามีแล้วจะปฏิบัติอย่างไร คือพูดได้ทุกอย่างตามความคิด แต่ว่าต้องมีเหตุผล ถ้าจะปฏิบัติ ก็ต้องรู้ว่า จะปฏิบัติอย่างไร ต้องตั้งต้นฟังแล้วเรียนใช่ไหม ไม่อย่างนั้นจะไม่มีทางนึกออกเลยว่า พระพุทธเจ้าสอนอะไร พ่อแม่สอน เราก็ยังนึกออกว่า สอนให้เป็นคนดี ให้มีความประพฤติดีต่างๆ ครูที่โรงเรียนก็สอนหลายๆ อย่าง แต่ว่าไม่มีใครสอนเหมือนพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
พูดอย่างนี้ถูกหรือผิด ต้องคิด ต้องนับว่า เป็นบุญ “บุญ” หมายความถึงสิ่งที่ดีงามที่เราได้สร้างไว้สะสมมาแล้ว ที่เรามีโอกาสได้ยินได้ฟังธรรมซึ่งยากแสนยากกว่าจะมีผู้รู้สักพระองค์หนึ่ง ซึ่งใน ๒,๕๐๐ กว่าปี ยังไม่มีพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกเลยสักพระองค์เดียว ต้องอีกนานแสนนานมาก กว่าจะมีการตรัสรู้อีก ฉะนั้นเราก็เป็นผู้มีโอกาสพิเศษที่ว่า ที่มีโอกาสได้ยินได้ฟังสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้.