พระผู้มีพระภาคทรงแสดงหนทางอบรมเจริญปัญญาอย่างละเอียด ทรงแสดงเหตุและปัจจัยที่ทำให้การอบรมปัญญาเจริญขึ้น การฟังธรรม และเห็นประโยชน์ของการศึกษาธรรม เมื่อปัจจัยทั้งสองนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ เนืองๆ ปัญญาก็ย่อมอบรมเจริญขึ้นได้
สาระสำคัญที่สุดในชีวิต
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประจักษ์ความจริงของสภาพธรรม ความจริงของสภาพธรรมนั้นเป็นอริยสัจจธรรม เมื่อทรงตรัสรู้แล้วก็ได้ทรงแสดงธรรมแก่สัตว์โลกทั้งหลาย ตลอดพระชนม์ชีพเป็นเวลา ๔๕ ปี ผู้ที่ไม่ได้ฟังพระธรรมก็ย่อมไม่เข้าใจความจริงของสภาพธรรม ที่ปรากฏในชีวิตประจำวัน จึงยึดถือทุกสิ่งทุกอย่างว่าเป็นตัวตน เป็นสัตว์ บุคคล
พระผู้มีพระภาคทรงแสดงหนทางอบรมเจริญปัญญาอย่างละเอียด ทรงแสดงเหตุและปัจจัยที่ทำให้การอบรมปัญญาเจริญขึ้น การฟังธรรม และเห็นประโยชน์ของการศึกษาธรรม เมื่อปัจจัยทั้งสองนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ เนืองๆ ปัญญาก็ย่อมอบรมเจริญขึ้นได้
การอบรมเจริญปัญญานั้นไม่จำกัดวัย การศึกษา อาชีพ ความเป็นอยู่ ความสามารถทางโลก สถานภาพ สุขภาพ บุคลิกภาพ หรือเพศแต่อย่างใด
ข้อความในสังยุตตนิกาย มหาวารวรรค นิพเพธิกปัญญาสูตร พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๔ ประการนี้ อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้วย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีปัญญาเป็นเครื่องชำแรกกิเลส ธรรม ๔ ประการ เป็นไฉนคือ การคบสัตบุรุษ ๑ การฟังสัทธรรม ๑ การกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย ๑ การปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ๑
เราควรจะรู้จุดประสงค์ของการฟังธรรมว่า มิใช่เพื่อตนเอง มิใช่เพื่อลาภ สักการะชื่อเสียง มิใช่เพื่อการยกย่องว่าเป็นคนฉลาดมีปัญญา จุดประสงค์ที่แท้จริงนั้นเพื่อรู้จักตนเอง รู้ความจริงว่ายังไม่เข้าใจธรรมตามความเป็นจริง เช่น ไม่รู้ความจริงว่า สิ่งที่ปรากฏทางตาเป็นธรรมอย่างหนึ่ง และเสียงที่ปรากฏทางหูก็เป็นธรรมอีกอย่างหนึ่ง เป็นต้น ความเข้าใจพระธรรม การอนุเคราะห์ผู้อื่นให้เข้าใจ และเห็นประโยชน์ของพระธรรมนั้นเป็นสาระสำคัญที่สุดในชีวิต การสงเคราะห์ช่วยเหลือสังคมนั้นไม่มีวันจบสิ้นและไม่สามารถให้เกิดความสงบสุขได้ เมื่อไม่เข้าใจพระธรรม ความทุกข์ก็จะบรรเทาและหมดสิ้นไปไม่ได้ เพราะไม่รู้เหตุที่แท้จริงของปัญหาต่างๆ เหตุที่แท้จริงของปัญหาและความทุกข์ทั้งหลายนั้นก็ คือ โลภะ โทสะ โมหะ
พระผู้มีพระภาคทรงตรัสรู้และทรงแสดงทุกขอริยสัจจะ ทุกขอริยสัจจะนั้นเป็นทุกข์ของสัตว์โลกทั้งปวง ไม่ใช่ว่าทุกข์ของชายก็อย่างหนึ่ง และทุกข์ของหญิงก็อีกอย่างหนึ่ง เหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ของสัตว์โลกนั้นคือ โลภะความอยาก ความติดข้องต้องการโลกที่ปรากฏทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย และทางใจ พระผู้มีพระภาคทรงตรัสรู้ และทรงแสดงว่า ตัณหาคือโลภะ ความติดข้องนั้น เป็นเหตุของทุกข์
พระองค์ทรงตรัสรู้เหตุของปัญหาทั้งหลายในโลก จึงทรงแสดง หนทางที่จะพ้นจากปัญหาทั้งปวงได้ คือ ปัญญา ความเข้าใจความจริงของโลก ซึ่งจะทำให้โลกที่เราอาศัยอยู่นี้เป็นโลกที่สงบยิ่งขึ้น.