ศีลโดยนัยที่เป็นปกติ

การฟังพระธรรมศึกษาพระธรรม อบรมปัญญา ปัญญาที่เจริญขึ้น ก็ทำให้กาย วาจาดีขึ้น ตามกำลังปัญญาที่เจริญขึ้น และเมื่อสามารถบรรลุถึงความเป็นพระโสดาบัน จึงถึงความบริสุทธิ์แห่งศีลจริงๆ ที่จะไม่ก้าวล่วงศีลอีกเลย

ศีลโดยนัยที่เป็นปกติ

ศีล มีหลากหลายนัย ศีลโดยทั่วไปหมายความถึงความประพฤติเป็นไปทางกายและวาจา มีศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ เป็นต้น ซึ่งศีลโดยนัย ที่เป็นปกติศีลก็มี ก่อนอื่นก็ต้องข้าใจคำว่า ปกติศีลก่อน ปกติศีล คือ ความประพฤติเป็นไปของสัตว์โลกทั้งหมดที่เป็นปกติ
ซึ่งความประพฤติเป็นไปของสัตว์โลกที่เป็น ปกติ ก็มีทั้งที่เป็นกุศล เรียกว่า กุศลศีล มีทั้ง อกุศล ก็เป็นอกุศลศีล และ ที่ไม่ใช่อกุศล และ กุศล เป็น อัพยากตศีล
กุศลศีล เช่น ขณะที่ทำกุศล มีการงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ เป็นต้น ขณะนั้น ก็เป็นกุศลศีล เป็นความประพฤติเป็นไปของสัตว์ที่เป็นปกติ ในขณะนั้น ที่เป็นกุศล
อกุศลศีล เช่น ขณะที่ทำบาป มีการฆ่าสัตว์ เป็นต้น ขณะนั้นก็เป็นอกุศลศีล ที่เป็นความประพฤติเป็นไปปกติในขณะนั้น ที่เป็นอกุศล เป็นอกุศลศีล
อัพยากตศีล คือ ขณะที่ผู้ที่เป็นพระอรหันต์ ท่านก็งดเว้นจากบาป เช่น ไม่ฆ่าสัตว์ จิตท่านไม่เป็นกุศล อกุศลแล้ว แต่ก็มีจิตที่ดีงาม แต่เป็นกิริยาจิต เป็นอัพยากต ความประพฤติเป็นไปของท่าน เป็นปกติ คือ อัพยากตศีล
     ในมัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ สมณมุณฑิกสูตร พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงถึงความแตกต่างระหว่าง อกุศลศีล กับ กุศลศีล ไว้ว่า กายกรรมเป็นอกุศล วจีกรรม เป็นอกุศล การเลี้ยงชีพชั่วเหล่านี้เรากล่าวว่าศีลเป็นอกุศล ก็ศีลที่เป็นอกุศลเหล่านี้มีอะไรเป็นสมุฏฐาน แม้สมุฏฐานแห่งศีลเป็นอกุศลเหล่านั้น เรากล่าวแล้ว ก็ต้องกล่าวว่า มีจิตเป็นสมุฏฐาน จิตเป็นไฉน ถึงจิตเล่าก็มีมาก หลายอย่าง มีประการต่าง ๆ จิตใดมีราคะ โทสะ โมหะ ศีลเป็นอกุศล  มีจิตนี้เป็นสมุฏฐาน
      เราย่อมกล่าวซึ่งกายกรรมเป็นกุศล วจีกรรมเป็นกุศล และอาชีวะอันบริสุทธิ์ ลงในศีล เหล่านี้เรากล่าวว่าศีลเป็นกุศล ก็ศีลเป็นกุศลเหล่านี้มีอะไรเป็นสมุฏฐาน แม้สมุฏฐานแห่งศีลเป็นกุศลเหล่านั้น เรากล่าวแล้ว ก็ต้องกล่าวว่า มีจิตเป็นสมุฏฐาน จิตเป็นไฉน แม้จิตเล่าก็มีมาก หลายอย่าง มีประการต่าง ๆ จิตใดปราศจากราคะ ปราศจากโทสะ ปราศจากโมหะ  ศีลเป็นกุศล  มีจิตนี้เป็นสมุฏฐาน
สรุปได้ว่า ปกติศีล คือ การแบ่ง ความประพฤติเป็นไปของสัตว์โลกทั้งหมด ว่า มีทั้งความประพฤติที่เป็นกุศล อกุศล และอัพยากต ก็เป็นกุศลศีล อกุศลศีล อัพยากตศีล
  ศีลจะถึงความบริสุทธิ์จริงๆ ที่เป็น ศีล สมบูรณ์ คือ เมื่อถึงความเป็นพระโสดาบัน ที่สำคัญ ในพระไตรปิฎกแสดงไว้ว่า “ศีลจะบริสุทธิ์ได้เพราะอาศัยปัญญา” หากไม่มีปัญญาแล้ว ก็ไม่ถึงความบริสุทธิ์ได้เลย เพราะศาสนาอื่นก็มีการงดเว้นการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ แต่ไม่มีความเข้าใจพระธรรม ไม่รู้หนทางที่จะอบรมเจริญปัญญา อันจะไปถึง ความบริสุทธิ์แห่งศีลจริงๆ ที่เป็นการบริสุทธิ์เพราะไม่ก้าวล่วงอีก และบริสุทธิ์เพราะปัญญาเจริญขึ้น
    ขณะที่จิตเป็นอกุศล แม้จะไม่ล่วงออกมาทางกาย วาจา ก็ชื่อว่า ศีลด่างพร้อยไม่บริสุทธิ์แล้ว เพราะอกุศล ที่เกิดขึ้น ชื่อว่าบริสุทธิ์ไม่ได้เลย เช่นเมื่อคิดจะฆ่ายุงแต่ยังไม่ได้ฆ่า ก็ไม่ครบกรรมบถที่เป็นปาณาติบาติ ไม่ผิดศีล เพียงแต่ศีลไม่บริสุทธิ์เพราะเป็นอกุศลจิต แต่ไม่ถึงขนาดล่วงศีล
 หนทางการถึงความบริสุทธิ์แห่งศีล คือเริ่มจากการฟังพระธรรมศึกษาพระธรรม อบรมปัญญา ปัญญาที่เจริญขึ้น ก็ทำให้กาย วาจาดีขึ้น ตามกำลังปัญญาที่เจริญขึ้น และเมื่อสามารถบรรลุถึงความเป็นพระโสดาบัน จึงถึงความบริสุทธิ์แห่งศีลจริงๆ ที่จะไม่ก้าวล่วงศีลอีกเลย แต่ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่า การรักษาศีลที่เป็นกุศลเป็นหน้าที่ของปัญญา ถ้าไม่มีปัญญาย่อมเป็นกุศลบ้าง อกุศลบ้าง ไม่มีเราหรือใครที่จะรักษาศีลเลย.

Related posts

ชีวิตไม่แน่นอน

บัญญัติกับปรมัตถ์

ผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิ