สิ่งที่ประเสริฐที่สุด ก็คือ การที่สามารถรู้ความจริงที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เพราะเหตุว่า คำของพระองค์จะดำรงต่อไป ก็ต่อเมื่อมีผู้ที่เข้าใจถูก ถ้าผู้ใดก็ตามไม่เข้าใจธรรม คำไม่จริง ไม่ตรงตามความเป็นจริง คำนั้นทำลายคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิ
ข้อความใน อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต ข้อ ๑๙๑ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
ดูกร ภิกษุทั้งหลาย บุคคลคนเดียว เมื่อเกิดขึ้นในโลก ย่อมเกิดขึ้นเพื่อไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล ไม่เป็นความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความพินาศ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความทุกข์แก่เทพยดา และ แก่มนุษย์ทั้งหลาย บุคคลคนเดียวคือใคร คือบุคคลผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิ มีความเห็นวิปริต เขาทำให้คนเป็นอันมากออกจากสัทธรรมแล้วให้ตั้งอยู่ใน อสัทธรรม
ดูกร ภิกษุ ทั้งหลาย คนเดียวนี้แล เมื่อเกิดขึ้นในโลก ย่อมเกิดขึ้นเพื่อไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล ไม่เป็นความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความพินาศ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความทุกข์แก่เทพยดา และแก่มนุษย์ทั้งหลาย
ข้อ ๑๙๓ พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า ดูกร ภิกษุทั้งหลาย เราไม่เห็นธรรมอย่างอื่น แม้ข้อ ๑ ซึ่งจะมีโทษมากเหมือน มิจฉาทิฏฐิ นี้เลย ดูกร ภิกษุทั้งหลาย โทษทั้งหลาย มีมิจฉาทิฏฐิ เป็นอย่างยี่ง
แสดงให้เห็นว่า ไม่ใช่เป็นโทษเฉพาะตน คนเดียวเท่านั้น แต่ยังเผยแพร่ความเห็นผิดออกไปสู่บุคคล เป็นจำนวนมากด้วย จะเห็นได้ถึงความสำคัญและอันตรายของทิฏฐิ ที่สำคัญแม้ผู้ที่นับถือศาสนาพุทธ ไม่ว่าบรรพชิต หรือ ฆราวาส หากมีความเห็นผิดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นข้อปฏิบัติที่ผิดๆ ที่คิดขึ้นในภายหลัง ซึ่งไม่มีไม่ตรงกับคำสอนที่พระพุทธองค์ทรงแสดง แล้วบอกกล่าวสั่งสอนคนทั่วไป มีผู้หลงเชื่อทำตามๆ กัน ย่อมทำให้เกิดโทษได้มากมายทีเดียว
ความเห็นผิด หรือ มิจฉาทิฏฐิ นั้น มีโทษมากอย่างยิ่ง เพราะเมื่อมีความเห็นผิดแล้ว ย่อมทำให้การกระทำทางกาย การกระทำทางวาจา และการกระทำทางใจ ก็ผิดไปทั้งหมด และถ้าเป็นความเห็นผิดที่มีกำลังเป็นนิยตมิจฉาทิฏฐิ (ความเห็นผิดที่ดิ่ง) แล้ว ไม่สามารถจะแก้ไขได้เลย มีอบายเป็นที่ไปในเบื้องหน้าแน่นอน ยากที่จะพ้นไปจากสังสารวัฏฏ์ได้
เป็นความจริงที่ว่าผู้ที่มีความเห็นผิดย่อมไม่รู้ว่าตัวเองมีความเห็นผิด ดังนั้นจึงควรอย่างยิ่งที่จะฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมให้เข้าใจตามความเป็นจริง ที่พระพุทธองค์ทรงแสดง ซึ่งเป็นทางเดียวที่จะทำให้รู้ได้ว่า มีความเห็นผิด และละทิ้งความเห็นผิดนั้น ได้ในที่สุด
ความเห็นผิด ตรงกันข้ามกับความเห็นถูกอย่างสิ้นเชิง ความเห็นถูก (สัมมาทิฐิ) จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ถ้ามีความเห็นถูก กาย วาจา ใจ ย่อมเป็นไปในทางที่ถูกด้วย ก็จะเป็นหนทางนำไปสู่สุคติ คือ มนุษย์ภูมิและสวรรค์ และสามารถทำให้รู้แจ้งอริยสัจจธรรมดับกิเลสได้ตามลำดับขั้นได้ แต่ถ้ามีความเห็นผิด กาย วาจา และ ใจ ย่อมเป็นไปในทางที่ผิด ผลที่จะเกิดขึ้น คือ เป็นเหตุให้เข้าถึง อบาย ทุคติ วินิบาต นรก ซึ่งน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง
ตราบใดที่บุคคลผู้ที่ยังไม่ได้รู้แจ้งอริยสัจจธรรม บรรลุถึงความเป็นพระอริยบุคคลขั้นพระโสดาบัน โอกาสที่จะมีความเห็นผิดก็ย่อมสามารถที่จะเกิดขึ้นได้ แล้วแต่ว่าจะมีมากหรือมีน้อย ความเห็นผิดนี้อันตรายมาก เป็นเหตุนำมาซึ่งอกุศลธรรมอย่างมากมาย เพราะเหตุว่าเมื่อมีความเห็นผิดแล้ว อะไร ๆ ก็ผิดตามไปด้วย ผลที่ตามมาคือ เป็นผู้มีอบายเป็นที่ไปในเบื้องหน้า จึงเป็นเรื่องที่น่ากลัว และจะประมาทไม่ได้เลยจริงๆ
ความเห็นถูก จะค่อย ๆ เจริญขึ้นได้ ก็เพราะอาศัยการศึกษา การฟังพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดง บ่อย ๆ เนือง ๆ เป็นปกติในชีวิตประจำวัน ด้วยความละเอียดรอบคอบ พร้อมทั้งน้อมประพฤติปฏิบัติตามพระธรรม ด้วยความจริงใจ ด้วยความเคารพ และไม่ประมาท.